ไรแล้วโม่ชูหานในฐานะหัวหน้าเจ้าหน้าที่ ย่อมคิดถึงความปลอดภัยของคนที่บ้าน แต่ก็หวังว่าจะมีพยานให้ค าปากในศาลดังนั้น เขาจึงยังไม่คิดจะจัดการกับนักฆ่าคนนี้ทันที่เขาก้าวไปข้างหน้า แล้วหยิบมีดสั้นออกมา ตัดเส้นเอ็นข้อมือและเท้าของนักฆ่าเพื่อป้องกันไม่ให้เขาหลบหนีได้เมื่อถูกตัดเส้นเอ็น นักฆ่าที่ไม่ทันตั้งตัวก็รู้สึกตกใจเขาพยายามอดทนต่อความคันตามร่างกายและพูดด้วยน ้าเสียงโกรธแค้นว่า
“พวกเจ้าต ่าช้าจริง ๆ ข้าพูดทุกอย่างไปแล้ว กลับยังไม่ให้ข้าตายอย่างสงบอีก!”ตอนนี้นักฆ่ารู้สึกว่าให้เขาตายเสียยังดีกว่าอยู่ ความรู้สึกคันคะเยอแพร่ไปทั่วร่างกาย มือเท้าก็เจ็บปวดยากจะทานทน…โม่ชูหานไม่สนใจเขา แต่ยกตัวคนขึ้นแล้วโยนไปให้เหลียงห่าวที่อยู่ข้าง ๆ“เจ้าพาเขาไปที่โรงเตี๊ยมจิงเซียนโหลวอีกแห่ง รอให้พวกเจ้าหน้าที่พาตัวไปพร้อมกัน”“ขอรับ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” เหลียงห่าวตอบรับ แล้วพาคนออกไปถึงแม้โม่จิ่วเยี่ยจะอยากรู้เหตุผลที่ตระกูลเซวียมาเปิดกิจการที่ซีเป่ย แต่ก็ไม่ได้อยากให้การสอบสวนของทางการต้องล่าช้าไปด้วยโดยเฉพาะหลังจากสอบถามนักฆ่า เขาก็รู้ดีว่าเซวียฝานคือคนส าคัญในคดีนี้หากไม่ใช่อย่างนั้น เขาก็สามารถพาเซวียฝานกลับไปที่หมู่บ้านซีหลิ่ง และใช้เวลาสอบสวนเขาต่อได้อย่างสบายใจ แน่นอนว่าจะไม่ให้เขามีชีวิตรอดกลับไปได้ด้วยเมื่อคิดจะให้ทางการช่วยถังหมิงรุ่ยรอดพ้นข้อกล่าวหา ก็ดูท่าว่าเขาจะไม่อาจพาเซวียฝานกลับไปสอบสวนที่บ้า