โม่จิ่วเยี่ยหยุดฝีเท้าและหันกลับมามองเขา“หากเจ้าสารภาพจริง ข้าจะละเว้นมารดาและบุตรสาวเจ้า”“เมื่อสามวันก่อนเฉินอู่มาหาข้า เสนอเงินสองร้อยต าลึงให้ข้าไปสั่งสอนเถ้าแก่จิน เขาบอกว่าข้าเพิ่งมาอยู่กับคุณชายรองไม่นาน เถ้าแก่จินยังไม่รู้จักข้า งานนี้เหมาะกับข้าที่สุด”“หลังจากท างานส าเร็จ เขาจะให้เงินข้าอีกสองร้อยต าลึง ให้ข้าพามารดาและบุตรสาวหนีไปให้ไกล”“ตอนนั้นข้าคิดว่า เงินสองร้อยต าลึงไม่ใช่จ านวนน้อย ๆ หากเอาเงินนี้ไป ข้าสามารถพาพวกนางไปซื้อบ้านซื้อที่ดินที่อื่น ใช้ชีวิตเหมือนคนรอยได้”“ตอนที่ข้าก าลังจะลงมือในวันนั้น ข้ากลับมาถึงบ้านและพบว่ามารดาและบุตรสาวข้าหายตัวไป บนโต๊ะมีจดหมายวางอยู่ ตอนเด็กข้าเคยเรียนหนังสือมาสองปี จึงพอจะอ่านตัวอักษรได้บ้าง”“ในจดหมายเขียนไว้ว่าหากต้องการให้พวกนางมีชีวิตรอด ข้าจะต้องฆ่าเถ้าแก่จินและใส่ร้ายเฉินอู่”“นอกจากนี้ยังต้องการให้ข้าฆ่าคนแล้วดึงดูดความสนใจของเจ้าหน้าที่ หากข้าไม่ท าตามที่เขียนไว้ในจดหมาย ก็เตรียมเก็บศพพวกนางได้เลย…”
ขณะเล่า หวังหลินก็ร้องไห้จนพูดไม่ออก เขาก้มศีรษะค านับโม่จิ่วเยี่ยอีกครั้ง“คุณชาย ข้าถูกบีบบังคับถึงได้ท าเรื่องเช่นนี้ ตอนนี้ข้าเล่าทุกอย่างแล้ว ขอเพียงท่านโปรดไว้ชีวิตมารดาและบุตรสาวข้าด้วยเถอะ”หวังหลินน ้าตานองหน้า เมิ่งไห่หนิงกับโม่จิ่วเยี่ยต่างสังเกตสีหน้าท่าทางของเขาอย่างละเอียดสรุปได้ว่าหวังหลินน่าจะไม่ได้โกหกหากเขาไม่ได