ับ“คารวะฮูหยินผู้เฒ่าขอรับ” ถังหมิงรุ่ยหยุดชั่วครู่ แล้วหันไปมองโม่ฉิงแม้ว่าเขาจะเดาตัวตนของอีกฝ่ายได้แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการแนะน า หากเขาเข้าใจผิดไป ไม่ใช่จะท าให้ขายหน้าหรือ?โม่จิ่วเยี่ยเห็นเช่นนั้น จึงรีบก้าวไปข้างหน้า แนะน าว่า “คนผู้นี้คือบิดาของข้า”ถังหมิงรุ่ยยืนยันการคาดเดาในใจ ยิ่งแสดงท่าทางเคารพนอบน้อมนายท่านผู้เฒ่าซึ่งเป็นถึงเทพสงครามที่ได้รับการสรรเสริญจากผู้คนในต้าซุ่นมาหลายสิบปี
“ข้าน้อยคารวะท่านแม่ทัพผู้เฒ่า”ไม่กี่วันที่ผ่านมา ฮูหยินผู้เฒ่าได้เล่าสถานการณ์ของสกุลโม่ให้โม่ฉิงฟังอย่างละเอียด แม้แต่คนที่รู้จักก็ไม่ได้ตกหล่นด้วยเหตุนี้ โม่ฉิงจึงไม่รู้สึกแปลกหน้ากับชายที่ชื่อถังหมิงรุ่ย“ไม่ต้องมากพิธีหรอก ตอนนี้พวกข้าก็เป็นเพียงสามัญชน ไม่มีท่านแม่ทัพผู้เฒ่าอะไรแล้ว ต่อไปคุณชายถังเรียกข้าว่าท่านลุงก็พอ”ถังหมิงรุ่ยก็เป็นคนตรงไปตรงมา นึกดูแล้วว่าค าเรียกอีกฝ่ายของตนเองนั้นไม่เหมาะจริง ๆ หากให้คนที่คิดร้ายได้ยินเข้า อาจจะน าความเดือดร้อนมาสู่สกุลโม่ก็ได้“ท่านลุง”โม่ฉิงชอบพูดคุยกับคนที่ตรงไปตรงมา เมื่อเห็นถังหมิงรุ่ยเรียกว่าท่านลุง ก็หัวเราะทันที่“ฮ่า ๆ ๆ…พวกเจ้าคนหนุ่มสาวมีเรื่องต้องคุยกัน ไม่ต้องสนใจข้าหรอก ไปท าธุระของพวกเจ้าเถอะ”ด้วยภรรยาที่ได้เล่าให้ฟัง โม่ฉิงจึงรู้เรื่องที่อีกฝ่ายมีใจให้บุตรสาวของเขาแล้วพูดตามตรง เขาค่อนข้างชอบนิสัยของชายหนุ่มตรงหน้า แต่ได้ยินมาว่าเมิ่