เถาหรานและคนอื่นก็กลับมาพร ้อมกับพวกเขา เฮ่อจือหร่าน ประเมินจากความเร็วแล้ว คิดว่าพวกเขาต้องใช ้วิชาตัวเบาแน่ ๆ เพราะระยะทางจากคอกสัตว์มาถึงเรือนของพวกเขาไกลพอสมควร ถ้าไม่ใช ้วิชาตัวเบา คงกลับมาเร็วขนาดนี้ไม่ได้
หลังโม่จิ่วเยี่ยกับพวกก็ฟังคาพูดของชายตระกูลจ้าวเมื่อครู่ต่างก็ เข้าใจสถานการณ์เช่นกัน
ตอนนั้นเองที่โม่ฉิงซึ่งนั่งอยู่ใต้ซุ้มองุ่นก็เอ่ยขึ้นว่า
“จิ่นเหนียน จิ่วเยี่ย พวกเจ้าพาคนไปดูที่หมู่บ้านว่าเกิดอะไรขึ้น เถอะ”
ไม่ใช่ว่าโม่ฉิงกังวลจนเกินเหตุ แต่นับตั้งแต่กลับมาที่หมู่บ้านซี หลิ่ง เขาก็แอบกังวลว่าจักรพรรดิซุ่นอู่อาจจะส่งคนมาจัดการพวกเขา ดังนั้น เมื่อมีอะไรผิดปกติ เขาจึงไม่กล้าประมาท
โม่จิ่วเยี่ยทิ้งคนสองคนไว้ดูแลผู้อาวุโส จากนั้นก็พาพี่หกและคน อื่น ๆ มุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านทันที
เมื่อกลุ่มคนมาถึงชานหมู่บ้าน ก็ได้ยินเสียงคนด่าทอ
“หลีกทางไปซะ! ข้ามาหาสกุลโม่ หากพวกเจ้ายังขวางทางข้าอีก ก็อย่าโทษว่าไม้ในมือข้าไม่มีตา”
แม้ว่าผู้ใหญ่บ้านจ้าวจะกลัวคนคนนี้ แต่เมื่อเห็นท่าทางก้าวร ้าว ของพวกเขา ก็เกรงว่าคนสกุลโม่จะเกิดเรื่องไม่คาดฝัน จึงคิดจะถ่วง เวลาให้นานที่สุด เพื่อให้สกุลโม่มีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น
“ท่านผู้นี้ สกุลโม่มีแต่สตรี ท่านพาคนมากมายมาเช่นนี้คงไม่ เหมาะนัก…”