ผู้ใหญ่บ้านจ้าวคิดว่าตอนที่สกุลโม่มาถึงที่นี่ครั้งแรก คนส่วน ใหญ่ก้ล้วนเป็ นสตรี ไม่รู ้ว่าการใช ้คาพูดเช่นนี้ขอร ้องอีกฝ่ าย จะ สามารถโน้มน้าวให้พวกเขาถอยไปได้หรือไม่
น่าเสียดายที่ความคิดของเขางดงามเกินไป คนที่มาหาเรื่องสกุล โม่ ไม่สนใจเรื่องชายหญิงหรอก
เห็นชัดว่าคนผู้นั้นเริ่มหมดความอดทน เตรียมจะก้าวไปผลัก ผู้ใหญ่บ้านจ้าวออก โม่จิ่วเยี่ยก็พุ่งตัวเข้าไป จับข้อมือของชายผู้นั้น อย่างรวดเร็ว
“เจ้าเป็ นใคร มาหาสกุลโม่ท าไม?”
ชายคนนั้นรู ้สึกเจ็บข้อมือ จึงหันไปมองโม่จิ่วเยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยจ้องมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชา ไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยมือ
ชายผู้นี้สวมใส่เสื้อผ้าผ้าไหม แต่กลับตัดเย็บเป็ นแบบสั้น เมื่อ สวมใส่แล้วดูไม่เข้ากันอย่างน่าประหลาด
ยิ่งไปกว่านั้น หน้าตาของเขายังดูดุร ้ายน่ากลัว โดยเฉพาะหลัง เขาถูกโม่จิ่วเยี่ยจับข้อมือจนเจ็บ ใบหน้าก็ยิ่งบิดเบี้ยว เมื่อมองผ่าน สายตาของคนทั่วไป ยิ่งดูน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นไปอีก
เบื้องหลังเขามีชายฉกรรจ์กว่ายี่สิบคน แต่ละคนถือไม้กระบอง
เสื้อผ้าของพวกเขาทาจากผ้าฝ้ ายธรรมดา และเห็นได้ชัดว่าชาย ที่โม่จิ่วเยี่ยจับไว้นั้นเป็ นหัวหน้าของพวกเขา
ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกของคนเหล่านี้แล้ว พวกเขาดูคล้ายกับ พวกนักเลงตามท้องถนน
เมื่อเห็นหัวหน้าเสียเปรียบ บางคนรีบยกไม้กระบองในมือขึ้นชี้ใส่ โม่จิ่วเยี่ย