องพูดพร้อมกัน ทั้งยังโขกศีรษะลงกับพื้นสามครั้งอย่างหนักต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่า
นี่คือบุตรชายสองคนสุดท้ายที่สกุลโม่ตามหา ฮูหยินผู้เฒ่าเคยคิดว่าพวกเขาคงไม่รอดชีวิตแล้ว บัดนี้เมื่อได้เห็นคนที่มาปรากฏตัวมีชีวิตอยู่ หญิงชราก็ไม่อาจควบคุมตัวเองได้อีก น ้าตาพลันไหลพรากดั่งสายฝน
ขณะเดียวกัน เหล่าลูกสะใภ้ที่ก าลังท างานอยู่ลานด้านหลังก็รีบวิ่งมา
หนึ่งในนั้นรวมถึงสะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองด้วย
สะใภ้รองซึ่งปกติช่างพูดคุย ตอนนี้กลับยืนตะลึงอยู่กับที่ ไม่กล้าเชื่อว่าคนตรงหน้าคือสามีของนางที่ไม่ได้พบกันมาหลายปี
สะใภ้ใหญ่ก็ยืนนิ่ง ใช้มือปิดหน้าร้องไห้
ส่วนสะใภ้คนอื่นดีกว่าเล็กน้อย แม้ว่าสามีของพวกนางจะออกไปข้างนอก แต่พวกนางก็รู้ดีว่าตนเองไม่ได้เป็นหญิงหม้ายแล้ว
ตอนนี้ พี่ใหญ่กับพี่รองเพิ่งกลับมา ความสนใจของทุกคนจึงพุ่งไปที่สองพี่น้องโดยธรรมชาติ
ยามนี้ฮูหยินผู้เฒ่าถูกบุตรชายคนที่เจ็ดพยุงเดินไปข้างหน้า มือข้างหนึ่งของนางจับโม่จวินรุ่ย อีกมือจับโม่เจียเฉิง
นางสะอื้น กล่าวอย่างยากล าบาก “ดีแล้วที่พวกเจ้ากลับมา ดีแล้วที่กลับมา”
โม่จวินรุ่ยกับโม่เจียเฉิงลุกขึ้นยืน แล้วมองไปทางภรรยาที่ไม่ได้พบกันมานานหลายปี
สะใภ้รองสบตากับสามี ทันใดนั้นนางก็ร้องไห้โฮออกมา
ขณะเดียวกันก็เดินโซเซเข้าไปหาเขา
“ท่านพี่…ฮือ ๆ ๆ…ในที่สุดท่านก็กลับมาอย่างปลอดภัย ท่านรู้หรือไม่? เวลาเห็นน้องสะใภ้คนอื่นไม่ต้องเป็นหม้ายอีกแล้ว ข้ารู้สึกอิจฉ