าพวกนางมากแค่ไหน…ฮือ ๆ ๆ…”
ฮูหยินผู้เฒ่าเข้าอกเข้าใจผู้อื่นที่สุด โม่จวินรุ่ยกับโม่เจียเฉิงเป็นบุตรชายของนาง และก็เป็นสามีของลูกสะใภ้ด้วย
เมื่อสามีภรรยาพบหน้ากัน ย่อมมีเรื่องมากมายที่ต้องการพูดคุย
นางใช้โอกาสนี้ตบแขนบุตรชายทั้งสองเบา ๆ เป็นสัญญาณให้พวกเขาไปพบลูกสะใภ้ที่ไม่ได้เจอกันมานานเหลือเกิน
โม่เจียเฉิงรู้สึกละอายใจต่อมารดา เพราะข่าวการตายของตนท าให้นางต้องทนทุกข์กับความเศร้าโศกเสียใจที่สูญเสียบุตรชาย และยิ่งละอายต่อภรรยาที่ท าให้นางต้องเป็นหม้ายตั้งแต่อายุยังน้อย
เมื่อคิดว่าในรถม้ายังมีบิดาอยู่ โม่เจียเฉิงจึงตัดสินใจไปพบภรรยาก่อน ส่วนท่านแม่ก็สามารถใช้ช่วงเวลานี้ไปเยี่ยมท่านพ่อได้
หลังจากได้รับสัญญาณจากมารดา โม่เจียเฉิงก็วิ่งเข้าไปหาภรรยา
สะใภ้รองโผเข้าไปในอ้อมแขนของเขา ร้องไห้ดังขึ้นไปอีก
สะใภ้ใหญ่หนักแน่นมากกว่าสะใภ้รองมาก นางจะคอยเตือนตัวเองว่าให้เป็นแบบอย่างที่ดีส าหรับพี่น้องสะใภ้ ดังนั้น การกระท าของนางจึงไม่ได้มากเกินไปเหมือนสะใภ้รอง เพียงแค่พยายามอดกลั้นความปรารถนาที่อยากจะโผเข้าไปกอดสามี ค่อย ๆ เดินเข้าไปหาโม่จวินรุ่ย
“ท่านพี่…”
เพียงแค่เอ่ยออกมา สะใภ้ใหญ่ก็สะอื้นจนพูดไม่ออก
กลายเป็นโม่จวินรุ่ยที่เห็นภรรยาดูอ่อนแอมากกว่าแต่ก่อนก็ไม่อาจระงับความรู้สึกได้ ก้าวเข้าไปข้างหน้าและดึงนางเข้ามาในอ้อมกอดทันที่
“ปี้ถิง ขอโทษด้วยที่ข้าท าให้เจ้าเสียใจมาหลายปี”
เมื่อได้ยินสามีเรี