ยกนางด้วยชื่อเดิม สะใภ้ใหญ่ก็ถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
นับตั้งแต่ได้รู้ข่าวว่าสามีเสียชีวิตในสนามรบ นางก็ไม่ได้ยินค าเรียกนี้มานานแล้ว
สะใภ้ใหญ่ไม่อาจควบคุมอารมณ์ของตนเองได้อีกต่อไป นางซบหน้าลงกับอกของสามี ร ่าไห้สะอึกสะอื้น ขณะเดียวกันก็ทุบอกเขาไม่หยุด ราวกับต้องการระบายความทุกข์ทั้งหมดที่เก็บง าไว้ในใจมาตลอดหลายปี
ฝ่ายพี่ใหญ่กับพี่รองต่างก็โอบกอดภรรยาและร้องไห้ ท าเอาบรรดาสตรีคนอื่นต่างพากันหลั่งน ้าตาเงียบ ๆ ส่วนโม่หานเยี่ยคอยอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าตลอดเวลา ทั้งเช็ดน ้าตาและดูแลมารดาไปพร้อมกัน
พี่ชายคนอื่นเห็นเช่นนั้น จึงพากันเดินไปหาภรรยาของตน พลางปลอบประโลมพวกนาง
โม่จิ่วเยี่ยพยุงเฮ่อจือหร่านเดินเข้าไปใกล้ฮูหยินผู้เฒ่า
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นท้องใหญ่ของเฮ่อจือหร่าน เดิมทีตั้งใจจะต่อว่าสักหน่อย
แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปาก โม่จิ่วเยี่ยก็รีบพูดขึ้นก่อนว่า“ท่านแม่ ร่างกายของท่านพ่อค่อนข้างอ่อนแอ ตอนนี้เขายังอยู่บนรถม้า”
ค าพูดที่ฮูหยินผู้เฒ่าก าลังจะเอ่ยออกมา ถูกกลืนกลับลงท้องในทันที่
“หานเยี่ย เร็วเข้า รีบพยุงแม่ไปดูพ่อเจ้า”
โม่จิ่วเยี่ยรีบเดินไปที่หน้ารถม้าก่อน
“ท่านแม่ ข้าจะอุ้มท่านพ่อเข้าห้องก่อน พวกท่านจะได้ค่อย ๆพูดคุยกัน”
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ได้ตอบสนองต่อค าพูดของบุตรชาย แต่กลับเปิดประตูรถทันที่
หลังจากพักฟื้นมาหลายวัน โม่ฉิงสามารถนั่งได้สักพักแล้ว
ตอนนี้เขาก าลังนั่งพิงอยู่ในรถ ได้ยิน