่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงแปดปีที่ผ่านมาให้ข้าฟังหน่อย”
พูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงแปดปีนี้ ในบรรดาพี่น้องทั้งหมดโม่จิ่วเยี่ยเป็นคนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุด เพราะพี่น้องคนอื่นล้วนเคยผ่านช่วงเวลาที่สูญสติไปทุกสิ่งที่พวกเขาเข้าใจทั้งหมดล้วนมาจากสิ่งที่โม่จิ่วเยี่ยบอกดังนั้น เมื่อบิดาถามออกมา สายตาของทุกคนก็จ้องมองไปทางโม่จิ่วเยี่ยอย่างพร้อมเพรียง รอให้เขาเป็นคนเล่าโม่ฉิงคิดมาตลอดว่าโม่จิ่วเยี่ยเป็นคนที่แข็งแกร่ง ดังนั้น เมื่อได้ฟังสิ่งที่สกุลโม่ประสบมาตลอดหลายปี จึงไม่ค่อยกังวลใจเท่าไหร่นัก“นับตั้งแต่ท่านพ่อถูกชาวหนานเจียงจับตัวไป และน าศีรษะของท่านไปแขวนไว้บนก าแพงเมือง พวกพี่ชายก็ได้สืบทอดหน้าที่ของท่านมา…กระทั่งเมื่อปีที่แล้ว ในที่สุดจักรพรรดิซุ่นอู่ก็ทนไม่ไหว ลงมือกับสกุลโม่ของพวกเรา เริ่มจากการหลอกข้าให้เข้าวังหลวง แล้วลงโทษด้วยการโบยห้าสิบไม้ พอวันรุ่งขึ้นก็มีราชโองการให้ริบทรัพย์และเนรเทศคนทั้งตระกูล…”อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ถือว่าปลอดภัยแล้ว พวกเขาพี่น้องไม่ได้รีบเร่งเดินทาง โม่จิ่วเยี่ยจึงเล่ารายละเอียดเรื่องราวที่ครอบครัวเผชิญให้บิดาฟังอย่างละเอียดโม่ฉิงฟังเรื่องที่โม่จิ่วเยี่ยเล่าจบ ก็โกรธจนเส้นเลือดตรงขมับปูดโปนขณะเดียวกัน ในดวงตาของเขาก็ยังมีความผิดหวังแฝงอยู่ด้วย
หลังจากเงียบไปนาน ในที่สุดเขาก็พูดขึ้นว่า “จักรพรรดิที่โง่เขลาเช่นนี้ ไม่คู่ควรให้ปกป้อง! เพียงแต่ตลอดหลายปีมานี้