ตกต่างจากคนที่ใส่อาภรณ์หรูหราและสวมกวานที่เขาเคยรู้จักเมื่อมองโม่จงหยวนกับโม่ชูหานที่เข้ามาใกล้ พวกเขาก็สวมใส่เสื้อผ้าป่านเนื้อหยาบเช่นกันโม่จงหยวนยังดูดีกว่าเล็กน้อย ครั้งสุดท้ายที่เขาเจอบิดาคือตอนอายุยี่สิบ นอกจากจะดูมีร่องรอยของความทุกข์ยากมากขึ้นแล้ว ก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักส่วนโม่ชูหานนั้นแตกต่างออกไป เขาอายุมากกว่าโม่จิ่วเยี่ยเพียงสองปี ครั้งสุดท้ายที่เขาพบบิดาของเขา เขาก็อายุเพียงสิบห้าปีเท่านั้นในสายตาของโม่ฉิง นี่ยังคงเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ
เหล่าลูกชายต่างร้องเรียกท่านพ่อไม่หยุด แม้ในใจโม่ฉิงยังสงสัยแต่เมื่อเห็นน ้าตาที่ก าลังเอ่อคลอดวงตาของลูกชายทั้งหลาย ก็ได้แต่เก็บความคิดกลับไปเขาชี้ไปที่โม่ชูหาน แล้วถามโม่จวินรุ่ย“จวินรุ่ย เขาบอกว่าเขาคือชูหาน เรื่องนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?อีกอย่างเมื่อครู่มีชายหนุ่มคนหนึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าเก้าของเจ้า ข้าเห็นว่าดวงตาของเขาดูคล้ายกับเจ้าเก้าอยู่บ้าง แท้จริงแล้วเขาเป็นใครกัน?”เมื่อได้ยินนายท่านผู้เฒ่าถามโม่จวินรุ่ย จึงนึกถึงค าพูดของน้องเก้าขึ้นได้ “ท่านพ่อ คนเมื่อครู่คือจิ่วเยี่ยจริง ๆ ท่านจากบ้านไปแปดปีแล้ว ตอนนั้นน้องเก้ายังเด็กอยู่ ท่านจ าไม่ได้ก็ไม่แปลกอะไร”โม่ชูหานเห็นพี่ใหญ่แค่อธิบายแทนน้องเก้า จึงรีบเข้าไปใกล้“พี่ใหญ่ ช่วยบอกท่านพ่อด้วยว่าข้าคือชูหานจริง ๆ”พี่ใหญ่จึงอธิบายตามที่เขาบอก“ท่านพ่อ เมื่อแปดปีก่อน ท่านถูกคนชื่อปรมาจา