ปรมาจารย์ซือเหมิงหยุดชั่วครู่ เมื่อเห็นโม่จิ่วเยี่ยไม่ตอบอยู่นานในใจยิ่งรู้สึกพอใจเห็นได้ชัดว่าเขาพูดถูก โม่ฉิงคงจะทนไม่ไหวแล้ว“ข้าบอกเจ้า นอกจากข้าแล้ว ในโลกนี้ไม่มีใครสามารถถอนพิษหนอนกู่ในร่างเขาได้ ต่อให้จะไม่สามารถลากพวกเจ้าสกุลโม่ลงนรกไปพร้อมกัน แต่หากข้าตายและมีโม่ฉิงตายตามไปด้วยก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว…”พูดจบ ปรมาจารย์ซือเหมิงก็หลับตาลง นอนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อน ท าท่าพร้อมจะตายแม้โม่จิ่วเยี่ยจะสงบนิ่งเพียงใด เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ก็ยากจะควบคุมตนเองได้นักโทษที่เคยท าร้ายครอบครัวของพวกเขา ตอนนี้กลับแสดงท่าทีเช่นนี้“เจ้าอยากตายใช่หรือไม่?” เสียงของเขาเยือกเย็นจนท าให้ผู้คนรู้สึกหนาวสั่นปรมาจารย์ซือเหมิงก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เขาถูกพี่น้องสกุลโม่จับตัวมานานขนาดนี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นโม่จิ่วเยี่ยพูดด้วยน ้าเสียงเย็นยะเยือก
เขารู้ดีว่าเวลาของตนเองหมดลงแล้วแต่ก็ยังดีกว่ามีชีวิตอยู่แล้วต้องทนทุกข์ทรมาน แม้เขาจะยังไม่สมปรารถนา แต่เมื่อคิดว่าอีกไม่นานก็จะได้พบกับคนที่รัก เขาก็ยอมรับมันได้!โม่จิ่วเยี่ยคิดจะฆ่าคนจริง ๆ ทว่าเขาไม่อาจปล่อยให้จิ้งจอกเฒ่าตายอย่างสบายได้ทันใดนั้น ในมือของเขาก็ปรากฏมีดสั้นวาววับเล่มหนึ่ง จากนั้นก็แทงไปยังดวงตาข้างหนึ่งของปรมาจารย์ซือเหมิงด้วยการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ลูกตาข้างหนึ่งของปรมาจารย์ซือเหมิงก็ถูกควักออกมา“ในเมื่อเจ้าไม่อยากลืมตา ดวงตาน