กลับไปยังหมู่บ้านซีหลิ่ง เขายังอยากลองดูว่าปรมาจารย์ซือเหมิงจะสามารถถอนพิษกู่ให้บิดาได้หรือไม่ขณะเอ่ย โม่จิ่วเยี่ยก็สาวเท้าไปเปิดประตูรถม้า ลากตัวปรมาจารย์ซือเหมิงที่ราวกับสุนัขตายออกมาทันใดนั้นเขาหันไปพูดกับพี่รองว่า “พี่รอง ท่านพาท่านพ่อขึ้นรถม้าไปก่อนเถอะ”พี่รองรู้ดีว่าในตอนนี้ท่านพ่อต้องการสภาพแวดล้อมที่สบายกว่าเมื่อเทียบกับการอุ้มเขาอยู่ข้างนอก ท่านพ่อจะรู้สึกสบายกว่าเมื่ออยู่ในรถม้าดังนั้นพี่รองจึงพยักหน้าเบา ๆ แล้วอุ้มท่านพ่อเข้าไปข้างในพี่ห้าเห็นดังนั้นก็กระโดดตามขึ้นไปด้วยแม้ว่าปรมาจารย์ซือเหมิงจะอยู่ในรถม้าทุกวัน แต่ด้วยระดับความเกลียดชังที่พี่น้องสกุลโม่มีต่อเขา จะยอมให้อีกนอนสบายได้อย่างไร?ด้วยเหตุนี้ ภายในรถม้าจึงโล่งเตียนและแข็งกระด้าง หลังจากพี่ห้าขึ้นไปก็จัดการปูที่นอน น าผ้าห่มที่วางอยู่ด้านข้างมาปูให้เรียบร้อยแล้วให้พี่รองค่อย ๆ วางท่านพ่อลงบนนั้น
อีกทั้งเขายังใส่ใจน าน ้ามาให้ พยายามป้อนมันให้บิดาดื่มส่วนนอกรถม้า โม่จิ่วเยี่ยอมน ้าไว้เต็มปากแล้วพ่นใส่หน้าปรมาจารย์ซือเหมิงทั้งหมดจิ้งจอกเฒ่าที่เมื่อครู่ยังรู้สึกมึนงงพลันรู้สึกตื่นตัวเพิ่งลืมตาขึ้นมา เขาก็เห็นร่างสูงใหญ่ของโม่จิ่วเยี่ยที่ยืนอยู่ตรงหน้า ท่าทางของเขาเหมือนก าลังประหลาดใจ “เจ้า…เจ้าเป็นคนหรือผี?”ปรมาจารย์ซือเหมิงคิดว่าเพียงโม่จิ่วเยี่ยเข้าไปในเนินเขาลูกที่หกก็จะต้องตายแน่นอน เมื่อเห็นอีกฝ่ายในยามนี้ สิ