เขาด้วยความโมโหเขาไม่รู้ว่าตอนนี้ตนเองได้ไม่มีพิษในหัวใจแล้ว จึงคิดว่าความเจ็บปวดในร่างกายเป็นผลจากการถูกพี่น้องสกุลโม่ท าร้าย“ข้าจะพูดอีกครั้ง พวกเจ้าห้ามท ากับข้าเช่นนั้นอีก พวกเจ้าคงไม่โง่พอจนอยากตายตามข้าไปหรอกนะ?”เมื่อพูดจบ ปรมาจารย์ซือเหมิงก็ส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมาเพื่อแสดงความเหนือกว่าเขาคิดว่าการข่มขู่เช่นนี้ต่อไปจะได้ผลเหมือนเดิม แต่ไม่คิดว่าสายตาของพี่น้องสกุลโม่ที่มองมากลับยิ่งฉายแววดูแคลนมากขึ้น ถึงขนาดมีความรู้สึกว่าอีกฝ่ายก าลังมองเขาว่าเป็นคนโง่ปรมาจารย์ซือเหมิงรู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกของตนเอง ราวกับว่าความเจ็บปวดนั้นแตกต่างจากความเจ็บที่เกิดจากการถูกท าร้ายสีหน้าของปรมาจารย์ซือเหมิงเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ดวงตาฉายแววกระวนกระวายอยู่บ้าง“เจ้า…พวกเจ้าท าอะไรกับข้า?”
ปรมาจารย์ซือเหมิงไม่กล้าเชื่อว่านี่คือความจริง ขณะที่เขาก าลังถาม ก็พยายามสัมผัสกับกู่คู่กาย แต่มันกลับไม่มีการตอบสนองใด ๆเลยเมื่อนึกถึงการปรากฏตัวของโม่จิ่นเหนียนที่มีสภาพดี ๆ ต่อหน้าเขา ปรมาจารย์ซือเหมิงก็สรุปได้ว่า สกุลโม่จะต้องได้พบกับปรมาจารย์ที่สูงส่งสักคน และควบคุมกู่คู่กายของเขาไว้แล้วแน่นอนมิฉะนั้น ตอนนี้เขาคงสัมผัสถึงกู่คู่กายของตนเองไม่ได้ในเวลาเดียวกัน เขารู้สึกถึงความปวดร้าวที่แล่นมาจากหน้าอกและตรงต าแหน่งนั้นคือที่ที่เขาซ่อนพิษในเลือดไว้เป็นไปได้หรือไม