จท าอย่างเห็นได้ชัดจงใจก็ดี ไม่จงใจก็ช่าง อย่างไรเสียตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่กล้าดูแคลนอ๋องเก้าผู้นี้เด็ดขาดหลังยืนสังเกตอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นจับพิรุธได้ เขาจึงคิดจะเดินวนรอบก าแพงจวนอ๋องเก้าสักรอบ
เมื่อมาถึงสวนหลังจวน โม่จิ่วเยี่ยก็ได้ยินเสียงพิณบรรเลงแว่วมาแต่ไกลที่นี่เงียบสงบกว่าลานด้านหน้ามาก แม้เสียงพิณจะไม่ดังนัก แต่ส าหรับผู้มีวรยุทธ์เช่นโม่จิ่วเยี่ยย่อมได้ยินชัดเจนเขาไม่ได้เชี่ยวชาญด้านดนตรี แต่เคยได้ยินท่านแม่และพวกพี่สะใภ้เล่นให้ฟังบ้างเป็นครั้งคราวกระนั้นเขาก็ยังรู้สึกได้ว่าเสียงพิณนี้แฝงไว้ด้วยความเคียดแค้นและท่วงท านองก็ไม่ใช่แบบที่เขาเคยได้ยินมาขณะที่โม่จิ่วเยี่ยก าลังครุ่นคิดอยู่นั้น เสียงพิณก็หยุดลงกะทันหันเขารู้ดีว่ามันหมายถึงสายพิณได้ขาดลงแล้วเสียงพิณเงียบหายไปโม่จิ่วเยี่ยรู้สึกใคร่รู้ยิ่งนัก เท่าที่เขารู้มา เรือนใหญ่โตเช่นจวนอ๋องเก้า มักจะมีแต่บ่าวไพร่หรือองครักษ์อาศัยอยู่ในเรือนด้านหลังแต่กลับมีเสียงพิณดังแว่วมาจากที่นั่น ซ ้าฝีมือของคนบรรเลงก็ไม่ธรรมดาด้วยเรื่องผิดปกติมักมีเงื่อนง า โม่จิ่วเยี่ยจึงคิดอยากเข้าไปตรวจสอบสักหน่อยเขาส ารวจรอบทิศ พอเห็นว่าไร้เงาผู้ใดจับจ้อง จึงกระโดดข้ามก าแพงไปอย่างว่องไว
ร่มเงาของต้นไม้ช่วยบดบังร่างกายของเขาเอาไว้ได้เป็นอย่างดีไม่ต้องกังวลว่าจะถูกใครพบเห็นโม่จิ่วเยี่ยจ้องมองเข้าไปภายในสถานที่แห่งนี้ช่างแตก