โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้ว่าทักษะการท าอาหารของเขาก าลังถูกพี่ชายวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในใจ ชายหนุ่มยังคงตั้งใจเตรียมอาหารเช้าต่อไปครึ่งชั่วยามต่อมา พี่หกที่ก าลังหลับก็ตื่นขึ้น พอออกมาจากในห้องก็ได้กลิ่นหอมของอาหารลอยมาเตะจมูก“พี่ห้า ข้ากินอาหารที่ท่านท ามานานแล้ว ดูเหมือนฝีมือของท่านจะดีขึ้น”พี่ห้าที่ยืนอยู่กลางลานท าสีหน้าล าบากใจเล็กน้อย“อาหารมื้อนี้ไม่ใช่ฝีมือของข้า เป็นน้องเก้า”ครั้งที่เขายังสูญเสียความทรงจ า ต้องใช้ชีวิตเพียงล าพังมาตลอดโดยเฉพาะช่วงที่อยู่ที่บ้านร้างเชิงเขา เขาต้องพึ่งพาตนเอง จึงคิดว่าตนเองมีฝีมือท าอาหารดีที่สุดในบรรดาพี่น้องไม่รู้ว่าน้องเก้าไปฝึกฝนทักษะเช่นนี้มาตั้งแต่เมื่อใด ถึงได้เหนือกว่าเขาขึ้นมาแล้วพี่หกได้ยินว่ากลิ่นอาหารหอม ๆ นี้เป็นฝีมือของน้องเก้า ก็รู้สึกเหลือจะเชื่อเช่นกันความจริงแล้ว โม่จิ่วเยี่ยสามารถท าอาหารเช้าที่ดีเช่นนี้ได้ ล้วนเป็นเพราะเครื่องปรุงรสที่ภรรยาน ามาให้ทั้งสิ้น
เฮ่อจือหร่านคิดว่าพวกเขาพี่น้องต่างมุ่งหน้ามายังเมืองหลวงย่อมต้องผจญกับลมหนาว ต้องนอนกลางดินกินกลางทรายแน่ระหว่างทางหากผ่านป่าหรือขุนเขาก็คงได้ล่าสัตว์มาท าอาหารบ้างนางจึงน าเครื่องปรุงใส่ในขวดเล็ก ๆ ให้โม่จิ่วเยี่ยพกติดตัวไปทว่าพวกเขาพี่น้องรีบเร่งเดินทาง ไม่ได้หยุดพักล่าสัตว์เครื่องปรุงเหล่านั้นจึงไม่ได้ใช้ประโยชน์ กลับกลายเป็นของที่ท าให้โม่จิ่วเยี่ยแสดงฝีมือในการปรุงอาหารประตู