ี่ยวไป๋จริง ๆหรือ?”“หากมันไม่เปิดเผยขนสีทองออกมา ก็เป็นเพียงนกพิราบสีขาวทั้งตัว เรียกว่าเสี่ยวไป๋ก็ดีแล้ว”โม่จิ่วเยี่ยพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก เขารู้สึกว่าเรียกเสี่ยวไป๋นั้นคล่องปาก จึงเรียกมันเช่นนั้น
เขาอธิบายกับภรรยาประโยคเดียว แล้วรีบร้อนไปฝึกฝนความสามารถอื่น ๆ ของเสี่ยวไป๋ในที่สุดทั้งสองคนก็พบว่า เสี่ยวไป๋สามารถเข้าใจค าพูดของโม่จิ่วเยี่ยได้เพียงคนเดียว ตราบใดที่ไม่ใช่ค าสั่งที่เกินขอบเขต มันก็สามารถท าได้ทั้งหมดโม่จิ่วเยี่ยลูบหัวเล็กเรียบลื่นของเสี่ยวไป๋ “เสี่ยวไป๋ การจะตามหาปรมาจารย์ซือเหมิงได้หรือไม่ ต้องพึ่งเจ้าแล้ว”หลังผ่านการทดสอบเมื่อครู่ โม่จิ่วเยี่ยก็เข้าใจความสามารถของเสี่ยวไป๋แล้วมันสามารถตามหาคนด้วยกลิ่นได้เช่นนั้นก็พอดีเลย เมื่อครู่นี้เขาค้นเจอถุงผ้าที่ปรมาจารย์ซือเหมิงให้ชาวหนานเจียงสองคนนั้นมา หากมีสิ่งนี้แล้ว เขาก็สามารถให้เสี่ยวไป๋ตามหาร่องรอยของปรมาจารย์ซือเหมิงในเมืองหลวงได้ขณะเดียวกัน เขาก็เดาว่าเสี่ยวไป๋เป็นสัตว์เลี้ยงที่ปรมาจารย์ซือเหมิงเลี้ยงดูมาหลายปี มันอาจจะยังจ าอดีตเจ้าของได้ด้วยความเป็นไปได้สองข้อนี้ เขาคิดว่าโอกาสที่จะหาตัวปรมาจารย์ซือเหมิงเจอนั้นมีสูงมาก
พอจัดการเรื่องของเสี่ยวไป๋เสร็จแล้ว เฮ่อจือหร่านมองเวลาก็พบว่าเป็นช่วงใกล้ค ่า เพื่อป้องกันไม่ให้คนในบ้านมาเคาะประตูแล้วไม่มีใครขานตอบ ทั้งคู่จึงต้องออกจากพื้นที่มิติพวกพี่ห้าเพิ่งกลับมาจากภูเขา บังเอ