องขอรับ ข้าช่างอกตัญญูนัก”
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่สามารถควบคุมน ้าตาที่ไหลพรั่งพรูออกมาได้อีกต่อไป นางก้าวไปข้างหน้าและคว้ามือของโม่จิ่นเหนียนไว้“ขอแค่มีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว แม่ดีใจมากที่ได้เห็นเจ้ายังมีชีวิตอยู่”พี่สี่และพี่เจ็ดได้ยินเสียงจากด้านนอกอยู่ในรถม้า พวกเขารู้สึกกระวนกระวายใจมาก แต่น่าเสียดายที่การเคลื่อนไหวของพวกเขาถูกจ ากัด ท าให้ไม่สามารถออกไปรวมตัวกับครอบครัวได้ทันที่โม่ซิวเหยียนท าได้เพียงตะโกนสุดเสียง “ท่านแม่ ข้ากับน้องเจ็ดก็อยู่ที่นี่!”สะใภ้สี่ซึ่งก าลังยืนดูน้องหกกับภรรยาของเขาได้พบหน้ากันอยู่ข้าง ๆ ด้วยความอิจฉา จู่ ๆ กลับได้ยินเสียงอันคุ้นเคยนางถึงกับคิดว่าตัวเองเกิดภาพหลอนไปชั่วขณะ“พี่สะใภ้สาม ท่านได้ยินเสียงนั้นหรือไม่ ฟังดูคล้ายเสียงสามีของข้ามาก” สะใภ้สี่หันไปถามพี่สะใภ้สามแน่นอนว่าพี่สะใภ้สามได้ยินเสียงนั้น นางก็รู้สึกว่ามันช่างน่าเหลือเชื่อเช่นกัน แต่ก็ยังมีสติมากกว่าพี่สะใภ้สี่“น้องสะใภ้สี่ เสียงนั้นคล้ายน้องสี่จริง ๆ”โม่ชูหานเคลื่อนไหวเร็วที่สุด เขารีบวิ่งไปยังรถม้าทันทีที่ได้ยินเสียง เปิดประตูรถม้าออกเร็วไว และเห็นร่างผอมโซของคนสองคนนอนอยู่ข้างในนั้น
เขาตะลึงอยู่กับที่ทันที่ในตอนนั้นโม่จิ่วเยี่ยก็เดินเข้ามาด้วย“พี่แปด การเดินทางไปหนานเจียงครั้งนี้ของข้าถือว่าประสบผลส าเร็จไม่น้อย ข้าได้พบพี่ชายทั้งสามคน แต่ว่าสภาพร่างกายของพี่สี่กับพี่เจ็ดไม่ค่อยดีนัก”ต่อให้โม่