นิจโม่จิ่วเยี่ยอย่างละเอียด พยายามหาร่องรอยความคุ้นเคยแม้เพียงเล็กน้อยอย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยเห็นคนสองคนนี้มาก่อนยิ่งไปกว่านั้น การที่อีกฝ่ายสามารถถามค าถามเช่นนี้ได้ แสดงว่าพวกเขาต้องค้นพบห้องลับในห้องทรงงานแล้วแน่นอนทั้งที่ตัวเองนอนอยู่ในวังหลวง อีกทั้งด้านนอกก็มีทหารคอยเฝ้าอย่างเข้มงวด แต่ท าไมเขาถึงได้มาที่นี่โดยไม่มีใครรู้เห็นและไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อยจักรพรรดิหนานเจียงยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดกลัว รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวแม้แต่กระหม่อมก็ดูเหมือนจะเย็นเฉียบ…“พวกเจ้าเป็นใครกันแน่?”“เพื่อให้เจ้าตายตาหลับ ข้าจะให้เจ้าดูว่าข้าเป็นใคร”โม่จิ่วเยี่ยพูดจบก็ดึงหนวดปลอมออก ถอดหมวกที่ปิดหน้าผากออก แล้วใช้มือเช็ดเครื่องส าอางบนใบหน้าออกอย่างง่าย ๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงเมื่อจักรพรรดิหนานเจียงเห็นคนตรงหน้าก็ตกใจราวกับเห็นผีร่างกายหดเข้าหากัน“เจ้า…เจ้าคือ โม่จิ่วเยี่ย…”โม่จิ่วเยี่ยค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ “ใช่ ข้าเอง”
หากถามว่าจักรพรรดิหนานเจียงกลัวใครมากที่สุด ก็คงเป็นบุรุษสกุลโม่เท่านั้นเขาทุ่มเททรัพย์สมบัติเกือบทั้งหมดเพื่อโจมตีราชวงศ์ต้าซุ่น แต่สุดท้ายกลับถูกพ่อลูกสกุลโม่ท าลายจนพ่ายแพ้แม้จะพูดว่าสกุลโม่เหลือบุรุษเพียงคนเดียว แต่โม่จิ่วเยี่ยเก่งกาจในการรบมาก เขาจึงยังไม่กล้าประมาทไม่นานมานี้ เขายังคิดว่าสวรรค์เข้าข้างตนเองอยู่ คนสกุลโม่จึงถูกจักรพรรดิซุ่นอู่สั่งให้ริบทรัพย์และเนรเทศไปเขาพยายาม