นั้นก็ไม่เปลี่ยนแปลง โม่จิ่วเยี่ยที่ช่างสังเกตยังพบว่ามือของพวกเขาไม่มีการสั่นเลยแม้แต่น้อย
นายพลบนหลังม้าก็เช่นกัน มือหนึ่งถือค้อนทองแดงคู่หนึ่ง อีกมือจับบังเหียนม้า ใบหน้ามองตรงไป
ตอนนี้เป็นยามค ่าคืน ประกอบกับสายฝนยังตกหนัก ส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยของพวกเขาอย่างมาก ใบหน้าและสีหน้าของคนเหล่านั้นที่เผยออกมาครึ่งหนึ่งจึงมองไม่เห็นชัดเจน
แต่เมื่อเห็นค้อนทองแดงคู่นั้น โม่จิ่วเยี่ยก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก
ในบรรดาพี่น้องทั้งเก้าคนของเขา มีเพียงพี่หกที่ชอบใช้ค้อนต่อสู้ เขาเคยใช้ค้อนทองแดงคู่เช่นกัน เหตุผลเพราะพี่หกแข็งแรงมาก แต่วิชาหมัดมวยและการต่อสู้ด้วยมือเปล่าสู้พี่น้องคนอื่นไม่ได้
เวลาเขาออกรบสังหารศัตรู ส่วนใหญ่จะได้เปรียบเพราะพละก าลังที่มากกว่า
คนตรงหน้านี้ แม้จะถือค้อนทองแดงคู่หนึ่งเหมือนกัน แต่ดูจะใหญ่กว่าค้อนที่พี่หกเคยใช้อยู่เท่าตัว
โม่จิ่วเยี่ยยังจ าได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เขาอยู่กับพี่หก พี่ชายบอกว่าดูเหมือนพละก าลังของตัวเองจะเพิ่มขึ้นอีกแล้ว รอให้สงครามสิ้นสุดลงเขากลับไปจะหลอมค้อนทองแดงที่หนักกว่าเดิมอีกคู่
เฮ่อจือหร่านเห็นโม่จิ่วเยี่ยจ้องมองนานขนาดนั้นแต่กลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย จึงเตือนว่า “คนพวกนั้นเดินห่างออกไปแล้ว พวกเราจะเข้าวังหลวงหรือไม่ หรือท่านคิดว่าคนพวกนี้มีปัญหาอะไร จะตามไปดูสักหน่อยหรือไม่?”
นางพูดเช่นนี้ เพราะพบว่าคนพวกนี้ไม่เหมือนคนทั่วไป
อย่างแรก นางไม่อ