ุ่นจือจัดเก็บของเสร็จแล้วก็เข้ามาในห้องของโม่ซิวเหยียนพร้อมท าท่าจะมาดูแลเขาโม่จิ่วเยี่ยในตอนนี้ยังไม่ได้ถามถึงเรื่องราวของพี่สี่ และยังไม่คิดจะจากไป จึงบอกให้ซุ่นจือออกไปก่อนซุ่นจือพยักหน้าเข้าใจจึงออกไป โม่จิ่วเยี่ยนั่งลงข้างเตียงโม่ซิวเหยียน“พี่สี่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ พี่ประสบเรื่องราวอะไรมาบ้าง?”
เมื่อถูกถามถึงเรื่องราวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดวงตาของโม่ซิวเหยียนก็ไม่อาจปิดซ่อนความเศร้าโศกได้ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าคนสกุลโม่ถูกจักรพรรดิซุ่นอู่สั่งให้ริบทรัพย์และเนรเทศไปแล้ว เขาคิดว่าโม่จิ่วเยี่ยมาปฏิบัติภารกิจบางอย่างที่หนานเจียงและบังเอิญพบเขาเข้า“ราชวงศ์ต้าซุ่นมีองค์ชายเช่นนี้ ก็ยากที่จะรักษาบ้านเมืองไว้ได้…”โม่จิ่วเยี่ยเห็นพี่สี่เป็นเช่นนี้แล้วแต่ยังห่วงใยบ้านเมืองต้าซุ่นอยู่ในใจก็ปะปนไปด้วยอารมณ์อันหลากหลาย“พี่สี่ ตอนนี้สกุลโม่ของพวกเราถูกจักรพรรดิซุ่นอู่มีพระราชโองการให้ริบทรัพย์และเนรเทศไปที่ซีเป่ยแล้ว”โม่ซิวเหยียนได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้างไม่อยากจะเชื่อ“เจ้าพูดว่าอะไรนะ? สกุลโม่ของเราถูกริบทรัพย์และเนรเทศแล้วหรือ? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?”หากเป็นเมื่อก่อน โม่จิ่วเยี่ยก็คงไม่อาจยอมรับความจริงเช่นนี้ได้แต่ตอนนี้ด้วยความคิดของภรรยา เขาจึงปล่อยวางทุกอย่างไปแล้ว
โดยเฉพาะหลังจากได้พบพี่ชายทั้งหลาย เขาก็รู้สึกว่าต าแหน่งที่สูงส่งและเงินทองมากมายไม่ส าคัญเท่ากับการที่ครอบครัวได้