”ฟังถึงตรงนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็อดถามต่อไม่ได้ “มีคนจะใส่หนอนกู่เข้าไปในตัวท่านใช่หรือไม่”โม่ซิวเหยียนพยักหน้า “ใช่แล้ว ข้าได้ยินเสียงพวกเขาคุยกันโดยบังเอิญ พวกเขาบอกว่าขาทั้งสองข้างของข้าพิการไปแล้ว รักษาไม่หายแน่นอน แม้จะใส่พิษหนอนกู่ให้ข้าก็ไม่มีประโยชน์อะไร สู้ส่งไปขังในห้องมืดจะดีกว่า บางทีอาจได้ใช้ประโยชน์จากข้าในยามจ าเป็น”“ไม่นานหลังจากนั้น คนพวกนั้นก็ตัดเส้นเอ็นข้อมือของข้า น าผ้าด ามาปิดตาข้า แล้วส่งไปยังที่ที่พวกเจ้าเจอข้า ที่นั่นไม่เคยเดือนเห็นตะวัน ข้าไม่รู้ว่าตัวเองนอนอยู่ที่นั่นมานานแค่ไหนแล้ว”หลังจากฟังเรื่องราวของพี่สี่จบ โม่จิ่วเยี่ยก็ทุบโต๊ะไม้ตัวเดียวในห้องอย่างหนักโต๊ะไม้แตกกระจายทันที่ เศษไม้กระเด็นกระดอนไปทั่วห้อง
เขาต้องโกรธมากขนาดไหนถึงใช้แรงได้มากขนาดนั้น“พี่สี่ ท่านวางใจเถอะ ตราบใดที่ข้าโม่จิ่วเยี่ยยังมีชีวิตอยู่ จะต้องตามหาคนที่ท าร้ายพวกเราคนสกุลโม่ให้เจอ แล้วจะสับร่างมันเป็นแปดส่วน แยกร่างด้วยม้า…”เฮ่อจือหร่านเข้ามาลูบอกเขาเบา ๆ “ตอนนี้เจอพี่สี่ได้ก็เป็นเรื่องดีแล้ว อย่าท าให้ตัวเองโมโหเพราะคนชั่วพวกนั้นเลย”ร่างกายของโม่จิ่วเยี่ยยังสั่นเล็กน้อย เขาจับมือเล็กของเฮ่อจือหร่านแล้วพูดเสียงจริงจัง “ข้ารู้”โม่ซิวเหยียนพูดเยอะในคราวเดียวก็รู้สึกหมดแรงไม่น้อย จึงหลับไปอย่างสนิทโม่จิ่วเยี่ยมองสีของท้องฟ้า ยังเหลือเวลาอีกสักพักก่อนจะค ่า จึงเรียกซุ่นจือมาดูแลพี่ชาย ส