เขาพี่น้องสกุลโม่ยอมหลั่งเลือดในสนามรบแห่งนี้ แต่สุดท้ายกลับได้รับอะไรเป็นการตอบแทน?ถูกองค์จักรพรรดิหวาดระแวง ถูกริบทรัพย์และเนรเทศ…เฮ่อจือหร่านมองออกว่าชายหนุ่มก าลังเศร้า จึงเดินเข้าไปโอบแขนเขาไว้“ทุกอย่างผ่านไปแล้ว ท่านเชื่อข้าสิ วันหน้าจะต้องดีขึ้นเรื่อย ๆแน่นอน”
โม่จิ่วเยี่ยดึงนางเข้ามากอดไว้ แล้วจุมพิตบนหน้าผากนางอย่างลึกซึ้ง“ข้าปล่อยวางได้แล้ว มีเจ้ากับทุกคนอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย แค่นี้ข้าก็รู้สึกพอใจมาก”แน่นอนว่าหากสามารถหาพี่ใหญ่กับพี่รองได้ก็จะยิ่งดียามนี้ฟ้าสางแล้ว ทั้งสองไม่ได้รีบร้อนเข้าไปในหนานเจียง โม่จิ่วเยี่ยพาเฮ่อจือหร่านไปยังสถานที่ฝังศพบิดาและพี่ชายเพื่อกราบไหว้หลุมศพของคนสกุลโม่อยู่ในภูเขาลึก อากาศทางใต้อบอุ่นเล็กน้อย ต้นไม้บนภูเขาจึงยังคงมีใบเขียวอยู่เนื่องจากบริเวณนี้ได้รับผลกระทบจากศึกสงครามมาเป็นเวลานาน จึงไม่มีชาวบ้านอยู่อาศัย ดังนั้นทั้งคู่จึงไม่ได้พบใครระหว่างทางขึ้นเขาหลังเดินขึ้นไปตามเนินเขา โม่จิ่วเยี่ยก็ชี้ไปยังทางที่มีป่าหนาทึบเบื้องหน้าแล้วพูดว่า“ข้ามตรงนั้นไปก็ถึงแล้ว”เฮ่อจือหร่านเห็นได้ว่าอารมณ์ของโม่จิ่วเยี่ยตอนนี้ค่อนข้างหนักอึ้ง นางจึงตอบรับเบา ๆ ว่า “อืม” พร้อมกับบีบมือใหญ่ที่หยาบกร้านเล็กน้อยของเขาแน่นเพื่อปลอบประโลม
สองสามีภรรยามาถึงหุบเขาแห่งหนึ่งด้วยจิตใจที่หนักอึ้ง สิ่งแรกที่เห็นคือหลุมศพเก้าหลุมที่มีวัชพืชขึ้นปกคลุมไปหมดแล้ว