นั้นถึงวิ่งหนีไปกันหมด”หลานชายตระกูลชุยพูดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง “พอข้าบอกราคาพวกเขาก็หันหลังเดินไปเลย”ผู้เฒ่าตระกูลชุยตบหัวหลานชายอย่างแรง “เจ้าโง่หรืออย่างไรข้าบอกแล้วว่าสิบสองต าลึงเป็นแค่เงินเริ่มต้น พวกเขายังสามารถต่อรองได้อีก ท าไมเจ้าไม่บอกพวกเขา”คนอื่น ๆ ในตระกูลชุยก็เข้ามาต่อว่าด้วยความไม่พอใจ “ใช่แล้วสิบสองต าลึงเป็นแค่เงินเริ่มต้นไม่ใช่หรือ ท าไมเจ้าไม่บอกพวกเขา”หลานชายท าหน้างงงวย “ข้าตื่นเต้นจนลืมไป…”
คนตระกูลชุยอยากจะทุบตีเจ้าโง่คนนี้สักยก แต่ตอนนี้เรื่องหาเงินส าคัญที่สุด พวกเขาจึงไม่มีเวลามาสั่งสอนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในตระกูลชุยต่างมารวมตัวปรึกษากัน สุดท้ายก็ตัดสินใจมองไปที่เฮ่อจือหร่านกับคนอื่น ๆถึงแม้ช่วงนี้พวกเขาจะไม่ค่อยได้ออกไปไหน แต่ก็ได้ยินมาว่าสกุลโม่ซื้อที่ดินรกร้างตรงเชิงเขาทั้งหมดของตระกูลจ้าวและตระกูลโจวไปที่สกุลโม่ซื้อที่ดินแบบนั้น ก็เพราะหาที่ดินดี ๆ ในหมู่บ้านไม่ได้แล้วนั่นเองดังนั้น พวกเขาจึงได้แต่ฝากความหวังสุดท้ายไว้กับคนสกุลโม่ในตอนนี้หลานชายคนนั้นท างานไม่น่าไว้วางใจ ตระกูลชุยจึงไม่กล้าให้เขาไปออกหน้าอีกคราวนี้เป็นผู้อาวุโสของตระกูลชุยที่อาสาออกหน้าแทนเพื่อให้ขายที่ดินของครอบครัวได้ส าเร็จ ผู้อาวุโสตระกูลชุยจึงพยายามวางท่าให้ดูต ่าต้อยที่สุด“ขอถามสักหน่อย หัวหน้าสกุลโม่อยู่หรือไม่?”