ป เขาจึงต้องสั่งปิดเมืองเพื่อไม่ให้โรคลุกลามไปเมืองอื่นอีกไม่เพียงเท่านั้น ทันทีที่ได้รับข่าว เขาก็สั่งคนไปแจ้งหน่วยงานปกครอง เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ จ าเป็นต้องรายงานไปยังเบื้องบนเจ้าหน้าที่ทั้งหมดถูกส่งออกไปท างาน ในที่ว่าการอ าเภอจึงเหลือแค่เมิ่งไห่หนิงคนเดียวโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านมาถึงที่นี่ พวกเขาจึงไม่จ าเป็นต้องรายงานตัว เดินเข้าไปได้โดยตรงเมิ่งไห่หนิงเห็นพวกเขาแล้วรีบเข้าไปต้อนรับ
“พี่โม่จิ่ว พี่สะใภ้ ท าไมพวกท่านยังอยู่ในเมืองอีก”เขาได้รับข่าวว่าเมืองถูกปิดแล้ว มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าตอนนี้ไม่อนุญาตให้ใครเข้าออกเมืองอวิ่น นั่นหมายความว่าทั้งคู่เข้าเมืองมาตั้งแต่เช้าตรู่ และตอนนี้ยังไม่ได้ออกไปทั้งสองรู้ว่าตอนนี้เมิ่งไห่หนิงก าลังวิตกกังวล เฮ่อจือหร่านจึงรีบอธิบายว่า “น้องชายเมิ่ง เรื่องที่มีคนในเมืองเป็นโรคฝีดาษนั้นเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งเพ”“เหลวไหลหรือ? พี่สะใภ้หมายความว่าอย่างไร?” เมิ่งไห่หนิงได้รับข่าวมาจากคนของโรงหมอ เป็นไปไม่ได้ที่มันจะเป็นเรื่องโกหกแต่ท าไมพี่สะใภ้ถึงพูดเช่นนี้“ข้าได้ตรวจดูเด็กหญิงที่หมอผู้นั้นบอกว่าเป็นโรคฝีดาษแล้วนางไม่ได้เป็นฝีดาษ แต่เป็นโรคอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่าอีสุกอีใสอีสุกอีใสมีลักษณะคล้ายกับฝีดาษหลายอย่าง ไม่แปลกใจที่หมอคนนั้นจะวินิจฉัยผิดพลาด”เมื่อได้ยินดังนั้น เมิ่งไห่หนิงก็ไม่สนใจจะถามว่าเฮ่อจือหร่านเข้าใจเรื่องการแพทย์หร