งพี่สะใภ้ใหญ่เป็นคนช่างสังเกต จึงเห็นทันทีว่าเฮ่อจือหร่านเดินด้วยท่าทางผิดปกติ
นางยิ้มมีเลศนัย ตรงเข้ามาคล้องแขนเฮ่อจือหร่านพลางกระซิบว่า “น้องสะใภ้เก้า น้องเก้าบอกว่าเจ้าไม่สบาย ข้าก็นึกว่าเป็นอะไรไปเสียอีก…”แม้พี่สะใภ้รองจะเป็นคนตรงไปตรงมา แต่ในฐานะผู้ที่ผ่านประสบการณ์มาแล้ว พอพี่สะใภ้ใหญ่พูดเช่นนั้น หากนางไม่เข้าใจอะไรอีกก็คงเป็นคนโง่แล้ว“น้องเก้านี่ก็จริง ๆ เชียว น้องสะใภ้บอบบางอ่อนแอขนาดนี้ เหตุใดถึงไม่รู้จักทะนุถนอมกันบ้าง”ค าพูดของทั้งสองท าให้ใบหน้าของเฮ่อจือหร่านแดงก ่าทันที่คนยุคโบราณช่างเก่งกาจเหลือเกินแม้แต่เรื่องแบบนี้ก็ยังสังเกตออกด้วยหากไม่ใช่เพราะนางหน้าหนาพอ คงอยากหาที่ซ่อนตัวแล้ว…“แค่ก ๆ …พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง พวกท่านก าลังพูดอะไรกันมันไม่ใช่อย่างที่พวกท่านคิดหรอกเจ้าค่ะ ข้าแค่รู้สึกไม่สบายจริง ๆ…”“จุ๊ ๆ …พวกเราต่างก็ผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้ว พี่สะใภ้รองมองออกหมดแล้ว น้องสะใภ้เก้า เจ้าไม่ต้องแกล้งท าหรอก”พี่สะใภ้ใหญ่ยิ่งพูดมากกว่านั้นอีก
“น้องสะใภ้เก้า ไม่รู้ว่าปีหน้าบ้านเราจะมีหลานชายตัวอ้วนเพิ่มอีกสักคนหรือไม่นะ”เฮ่อจือหร่าน “…”ดูเหมือนว่าค าอธิบายของนางเมื่อครู่จะยิ่งท าให้เรื่องแย่ลงกว่าเดิมสองพี่สะใภ้ยิ่งพูดก็ยิ่งสนุกปากขณะที่เฮ่อจือหร่านก าลังจะอธิบายบางอย่าง ฮูหยินผู้เฒ่าที่ได้ยินเสียงอยู่ในลานบ้านจึงเดินเข้ามาพี่สะใภ้รองกลัวว่าในบ้านจะมีความลับ จึงรีบวิ่งไ