นึ่งมากขนาดนี้ พาลให้เฮ่อจือหร่านรู้สึกว่าตัวเองรับมือไม่ไหว
แต่นางไม่ได้มีเรี่ยวแรงมากเท่าโม่จิ่วเยี่ย หลังพยายามผลักไสสองสามครั้ง อีกฝ่ายก็ยังคงแข็งแกร่งดั่งขุนเขา จูบอันเร่าร้อนนั้นก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้นเรื่อย ๆเฮ่อจือหร่านค่อย ๆ สูญเสียตัวตนไปพร้อมกับจุมพิตที่ลึกซึ้งขึ้นนี้นางท าตามสัญชาตญาณ ยื่นแขนทั้งสองข้างโอบรอบคอของโม่จิ่วเยี่ย ตอบสนองความร้อนแรงของเขาตอนนี้ทั้งสองคนหลงลืมตัวตนไปแล้ว มือใหญ่ของโม่จิ่วเยี่ยก็เริ่มซุกซนมากขึ้น ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของนางไม่หยุด และสัมผัสถึงความนุ่มนวลที่แตกต่างไม่รู้ว่าทั้งคู่จูบกันนานแค่ไหน โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าร่างกายของเขาใกล้จะระเบิดเต็มทนแล้ว ตอนที่ก าลังจะอุ้มเฮ่อจือหร่านไปที่เตียงอยู่นั้น ข้าวปั้นน้อยที่ไปขุดหน่อไม้ในป่าไผ่ก็วิ่งกลับมาด้วยขาสั้นป้อมของมันเจ้าตัวน้อยเห็นเจ้าของเหมือนจะถูกรังแก จึงวิ่งเร็ว ๆ ไปหาโม่จิ่วเยี่ย มันกอดขาของเขาแน่น แล้วกัดเต็มแรงเจ้าคนเลว กล้าดีมารังแกเจ้าของของข้า ข้าจะกัดเจ้าให้ตายเลย…โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกเจ็บที่ขา แขนที่กอดเฮ่อจือหร่านไว้ก็ผ่อนลงทันใด
จังหวะเดียวกันนั้น สติของเขาก็กลับคืนมาเกือบทั้งหมดเฮ่อจือหร่านรู้สึกว่าแรงที่กอดนางเบาลงเล็กน้อย นางหอบหายใจเบา ๆ มองไปยังต าแหน่งใต้เท้าข้าวปั้นน้อยกอดขาของโม่จิ่วเยี่ยแน่น ส่งเสียงคล้ายสุนัขเห่าพร้อมกับพยายามกัดต่อไปโดยไม่สนใจจูบที่ท าให้ร่างกายของนางอ่อนระทวยเมื่อ