าวประมงหลังอื่น แต่กลับว่างเปล่าไม่มีอะไรประตูรั้วไม่ได้ปิดอยู่ โม่จิ่วเยี่ยยืนด้วยท่าทางสุภาพตรงหน้าประตูแล้วถามเสียงดัง “ที่นี่คือบ้านของหูชงใช่หรือไม่?”ผ่านไปสักพัก ประตูบ้านตรงกลางเรือนก็เปิดออก มีชายวัยกลางคนที่ดูกระเซอะกระเซิงออกมาจากด้านในหูชงถามอย่างไม่สบอารมณ์ “ผู้ใดมาหาข้า”
เพียงเขาพูดจบ สายตาก็จ้องมองโม่จิ่วเยี่ย“คุณชายเก้า?”ตอนที่หูชงถูกเนรเทศ โม่จิ่วเยี่ยยังไม่ได้เป็นแม่ทัพ ตอนนั้นคนในเมืองหลวงจึงเรียกเขาเช่นนี้โม่จิ่วเยี่ยยกยิ้มพลางกล่าว“ไม่คิดเลยว่าจะเป็นใต้เท้าหูจริง ๆ”หูชงเก็บความเกียจคร้านที่แสดงออกไปเมื่อครู่ เขาพูดเสียงจริงจังว่า “ใต้เท้าหูอะไรกัน ตอนนี้ข้าก็แค่คนไร้ประโยชน์ที่อยู่รอวันตายเท่านั้น”โม่จิ่วเยี่ยมองออกว่าสภาพของหูชงย ่าแย่มากเขาเองก็เข้าใจเรื่องนี้ได้อย่างสมบูรณ์ตอนที่เพิ่งออกจากเมืองหลวงพร้อมกับกลุ่มนักโทษเนรเทศ เขาก็เคยมีความคิดที่จะท าร้ายตัวเองเช่นกันโชคดีที่มีหร่านหร่านอยู่ข้าง ๆ เขาถึงได้มุ่งมั่นเพื่ออนาคตอีกครั้งโม่จิ่วเยี่ยดึงความคิดที่ล่องลอยกลับมา แล้วประสานมือค านับหูชง“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอเรียกท่านว่าพี่หูได้หรือไม่”
แม้ว่าหูชงจะถูกเนรเทศมาที่ซีเป่ย แต่เขาก็ไม่ได้ไม่รู้เรื่องที่สกุลโม่ถูกเนรเทศ ครั้งแรกที่เห็นโม่จิ่วเยี่ย เขาก็รู้สึกเห็นใจในชะตากรรมที่คล้ายกันเช่นนี้นักดังนั้นท่าทีของเขาที่มีต่อโม่จิ่วเยี่ยจึงเป็นมิตร“คุณชายเก้ามาพบข้าที่