ศขณะขุนพลอาวุโสจินคิดว่าการเดินทางครั้งนี้พลาดโอกาสที่จะได้พบกับสกุลโม่ไปแล้ว เขาจึงได้แต่น าคนออกค้นหาองค์ชายตาม
ท้องถนนตามหน้าที่ปกติ ทันใดนั้นก็เห็นเงาร่างคุ้นตาปรากฏขึ้นอยู่เบื้องหน้าโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านออกมาซื้อของ พอได้ยินเสียงทหารจากด้านหลัง จึงตั้งใจจะหลีกทางให้เพื่อลดการปรากฏตัวของตนเองให้มากที่สุดแต่รูปร่างด้านหลังของพวกเขาถูกขุนพลอาวุโสจินจ าได้ในทันที่“หลานชายโม่ใช่หรือไม่?”โม่จิ่วเยี่ยหยุดฝีเท้าและหันหลังกลับไป“ขุนพลอาวุโสจิน”ขุนพลอาวุโสจินรีบลงจากหลังม้าและสาวเท้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าโม่จิ่วเยี่ยเขาพินิจโม่จิ่วเยี่ยอย่างละเอียด แล้วตบไหล่เขาแรง ๆ“เฮ้อ เจ้ายังมีชีวิตอยู่ ยังสบายดี ดีจริง ๆ”จากนั้นเขาก็หัวเราะร่าเสียงดัง พาให้คนที่เดินผ่านไปมาหันมองทางพวกเขาทั้งหมดเหล่าทหารที่เห็นขุนพลอาวุโสจินถูกผู้คนมุงดู จึงโบกมือไล่ฝูงชนออกไปโม่จิ่วเยี่ยยังรู้สึกสนิทสนมกับขุนพลอาวุโสจินอยู่
“ท่านขุนพลมาที่นี่เพื่อสืบสวนเรื่องการหายตัวไปขององค์ชายหนานเหิงใช่หรือไม่ขอรับ?”ขุนพลอาวุโสจินมองส ารวจโม่จิ่วเยี่ยตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วเข้าไปกระซิบถามใกล้ ๆ “เจ้าบอกข้ามาเถอะ การหายตัวไปขององค์ชายเกี่ยวข้องกับเจ้าหรือไม่?”ตั้งแต่แรกที่พบเห็นโม่จิ่วเยี่ย เขาก็รู้สึกว่าการหายตัวไปขององค์ชายหนานเหิงต้องเกี่ยวข้องกับอีกฝ่ายแน่นอน“ท่านขุนพลกล่าวเกินไปแล้ว ข้ากับองค์ชายหนานเหิงไม่มีเรื่องบาดหมางอ