ุ๊กตำพวกนี้ให้ต ่ำสุดที่คือสิบตำลึง ไม่ว่าอย่ำงไรก็จะไม่ขำยต ่ำกว่าราคำนี้ ส่วนผลกำไรที่ได้ ข้ายินดีแบ่งกับพี่สะใภ้คนละครึ่ง”เมื่อสามารถขำยได้กำไรมากขึ้น เฮ่อจือหร่านย่อมไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธแม้ว่านางจะไม่สามารถคอยจับตำดูได้ว่าถังหมิงรุ่ยขำยตุ๊กตำไปมากเท่ำไหร่ แต่การที่ตุ๊กตำหนึ่งตัวมีราคำอย่ำงน้อยสิบตำลึงก็เป็นความจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้แค่ตุ๊กตำหนึ่งตัวสามารถทำกำไรได้ห้ำตำลึง ก็จะได้กำไรสูงกว่าการขำยให้กับโรงปักผ้ำหลายเท่ำตัว“ได้ ทำตำมที่คุณชายถังว่ามาเถอะ”
สาหรับถังหมิงรุ่ยแล้ว ยิ่งกำไรจากการค้ำมีมากเท่ำไหร่ก็ยิ่งดีเหตุผลที่เขำยินดีแบ่งผลกำไรกับเฮ่อจือหร่านคนละครึ่ง เป็นเพราะต้องการตอบแทนบุญคุณที่อีกฝ่ำยช่วยชีวิตเขำไว้ท้ำยที่สุดแล้วพวกเขำก็ต่ำงถูกเนรเทศ เมื่อเทียบกับตัวเขำแล้วการใช้ชีวิตของอีกฝ่ำยคงยากลาบำกกว่ามาก เขำอยากให้ตัวเองได้กำไร แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้มีพระคุณด้วยเฮ่อจือหร่านไม่ได้ตั้งใจจะคำดเดำความคิดของถังหมิงรุ่ยมากไปกว่านี้เดิมทีการที่นางให้โม่จิ่วเยี่ยช่วยชีวิตถังหมิงรุ่ยไว้ จุดประสงค์หลักก็เพื่อความสะดวกในการทำการค้ำหลังจากไปถึงซีเป่ยดังนั้นในใจของนาง ความสัมพันธ์กับถังหมิงรุ่ยจึงเป็นเพียงมีการติดต่อทำงการค้ำเท่านั้นด้วยเหตุนี้ หนึ่งคนต้องการตอบแทนบุญคุณ อีกคนต้องการหาหุ้นส่วนทำงการค้ำในอนาคตให้กับครอบครัวตัวเองหลังจากทั้งสองคน