ตระกูลเหอที่ไม่มีกระโจมเท่านั้น พื้นที่รอบ ๆ ก็เป็นที่โล่งแจ้งไม่มีที่ให้หลบฝน ไม่นานร่างกายของพวกเขำก็เปียกโชกไปทั้งตัวยิ่งเป็นเช่นนี้ พวกเขำก็ยิ่งเกลียดชังคนอื่น ๆ ขณะตำกฝนก็ด่ำทอคนอื่นด้วยถ้อยคำหยาบคำยไปคนตระกูลเหอรู้สึกว่าการทำเช่นนี้จะทำให้พวกเขำรู้สึกสบำยใจขึ้นด้วยเหตุนี้ เสียงก่นด่ำของพวกเขำจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากการพึมพำเป็นการตะโกนด่ำทอเสียงดังแล้วเหมือนพวกเขำจะรู้สึกว่าการด่ำทอสกุลโม่ ตระกูลฟำง และตระกูลเซี่ยนั้นยังไม่สาแก่ใจ สุดท้ำยก็พลั้งปำกด่ำไปถึงพวกเจ้ำหน้ำที่ด้วยแต่เดิมทุกคนก็ชินกับพฤติกรรมของคนตระกูลเหออยู่แล้ว จึงทำเป็นไม่สนใจพวกเขำมากผู้ใดจะรู้ว่าพวกเขำกล้ำบังอาจถึงขั้นด่ำทอเจ้ำหน้ำที่…
จำงชิงอยู่ในกระโจมที่อยู่ใกล้กับตำแหน่งของคนตระกูลเหอ พอได้ยินเสียงตะโกนด่ำ เขำก็สวมหมวกปีกกว้ำงและถือแส้เดินเข้ามาแล้วสั่งสอนคนตระกูลเหออย่ำงหนักหลังจากนั้น คนตระกูลเหอก็สงบเสงี่ยมลงอย่ำงสิ้นเชิง ทุกคนต่ำงหดหัวราบกับเป็นเต่ำอีกครั้งฝนครั้งนี้มาเร็วไปเร็ว ตกแค่หนึ่งชั่วยามก็หยุดแล้วโม่จิ่วเยี่ยออกมาจากกระโจม แล้วเข้าไปหาเผิงวั่ง“พี่เผิง ข้าคิดว่าพวกเราคงไม่อาจเดินทำงต่อได้ในเร็ววันนี้”เผิงวั่งอดบ่นไม่ได้“คนพวกนี้คิดอะไรกันอยู่นะ หรือคิดว่าถ้ำหาองค์ชายหนานเหิงไม่เจอ พวกเราก็จะต้องติดอยู่ที่นี่ไปชั่วชีวิต?”เรื่องนี้โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่รู้จะกล่าวอย่ำงไรหนานเหิงถูกเขำฆ่ำตำย ศพจมอยู่ใต้บึงลึ