ือพี่สะใภ้สามมุ่งหน้าไปทางป่าทึบพวกเขาบอกเรื่องที่โม่อวิ๋นเฟิงยังมีชีวิตอยู่ให้พวกนางรู้ระหว่างทาง และอธิบายว่าพวกนางจะได้พบกับโม่อวิ๋นเฟิงในไม่ช้าหากไม่ใช่เพราะเคยมีเรื่องโม่ชูหานฟื้นคืนชีพขึ้นมา ทั้งสองคนคงไม่กล้าเชื่อหูตัวเองโดยเฉพาะสะใภ้สาม เมื่อไม่กี่วันก่อนตอนได้เห็นโม่ชูหานกลับมามีชีวิต นางยังไม่รู้เลยว่าตนเองอิจฉาน้องสะใภ้แปดมากแค่ไหนแต่ไม่คิดเลยว่าสามีของนางก็จะสามารถฟื้นคืนชีพขึ้นมาด้วยเช่นกัน…พี่สะใภ้สามร้องไห้ด้วยความดีใจ เพื่อให้แน่ใจว่าทั้งหมดไม่ใช่เรื่องโกหก นางจึงจับแขนของเฮ่อจือหร่านแน่น พลางถามนั่นนี่ไม่หยุด
“น้องสะใภ้เก้า พี่สามของเจ้าผอมมากใช่หรือไม่?”“น้องสะใภ้เก้า เจ้าคิดว่าพี่สามของเจ้าจะยังจ าข้าได้หรือเปล่า?”“น้องสะใภ้เก้า ช่วยดูข้าหน่อยสิ ผมของข้ายุ่งมากหรือไม่?”“น้องสะใภ้เก้า…”เฮ่อจือหร่านเข้าใจความรู้สึกของพี่สะใภ้สาม จึงตอบค าถามต่างๆ ที่นางถามมาอย่างอดทนฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่ต่างกัน เมื่อได้ยินว่าลูกชายคนที่สามยังมีชีวิตอยู่ นางก็รู้สึกตื้นตันจนน ้าตาไหลพรากราวกับสายฝนนางพึมพ าไม่หยุดว่า “ขอบคุณสวรรค์ที่ท าให้สกุลโม่ของเรามีทายาทเพิ่มขึ้นอีกคน…อามิตตาพุทธ…อามิตตาพุทธ…”การพาคนมาด้วยสองคนท าให้ โม่จิ่วเยี่ยไม่สามารถใช้วิชาตัวเบาในการเดินทางได้ ความเร็วจึงช้าลงไปมากหลังจากเดินทางไปประมาณครึ่งชั่วยาม ในที่สุดพวกเขาก็เห็นร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ข้างหน้าโม่อวิ๋นเฟิงเห