งียบเชียบหนานเหิงน าราชครูเข้าไปในห้องอย่างนอบน้อม พร้อมท าท่าเชื้อเชิญให้นั่งตรงต าแหน่งหัวโต๊ะราชครูนั่งลงอย่างเป็นธรรมชาติ มือข้างหนึ่งพิงหน้าผาก ดูท่าทางเกียจคร้านเล็กน้อย“ข้าบอกไปแล้วว่า คนสกุลโม่ไม่ยอมอ่อนข้อง่าย ๆ ซ ้ายังควบคุมยาก แต่เจ้าก็ยังไม่ฟัง”เมื่อได้ยินค าว่า ‘คนสกุลโม่’ เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยต่างรู้สึกใจหายพร้อมกัน
สัญชาตญาณพาให้โม่จิ่วเยี่ยมองไปทางชายหนวดเคราคนนั้นเพื่อมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เขาค่อย ๆ ขยับต าแหน่งเล็กน้อยมองดูจากมุมอื่นการมองครั้งนี้แปลกไป เขาถึงกับสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ หากไม่มีสติยั้งคิด เขาคงอยากกระโจนลงไปช่วยคนผู้นั้นเดี๋ยวนี้เลยเฮ่อจือหร่านรับรู้ถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของเขา ในใจก็เริ่มเดาได้ลาง ๆ แล้วเพื่อป้องกันไม่ให้โม่จิ่วเยี่ยท าอะไรหุนหันพลันแล่น นางจึงจับมือเขาไว้ก่อนขณะจับมือเขา เฮ่อจือหร่านสัมผัสได้ว่าฝ่ามือของอีกฝ่ายเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อโม่จิ่วเยี่ยเอ่ยเบา ๆ ว่า “เขาคนนั้นคือพี่สาม”เฮ่อจือหร่านเพิ่งนึกถึงความเป็นไปได้นี้ จึงไม่ได้ทีท่าทีตกใจมากนักเช่นเดียวกับโม่จิ่วเยี่ย ในหัวของนางก าลังเต็มไปด้วยค าถามนับไม่ถ้วนอย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ก็รู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลา จึงต้องมองความเคลื่อนไหวเบื้องล่างต่อไป
หนานเหิงเพียงยิ้มสองหน จากนั้นก็มองไปทางโม่อวิ๋นเฟิงที่นั่งอยู่ราวกับคนตาย“ท่านราชครู ท่านก็รู้ว่าตอนนั้นข้าสร้างอิทธิพลในกลุ่มเหยียน