นน้องสาวสามีพูด พี่สะใภ้แปดจึงตระหนักได้ว่าเมื่อครู่ตัวเองเสียมารยาทไปแล้วนางรีบลุกขึ้นจากอ้อมกอดของโม่ชูหาน แล้วหันไปมองฮูหยินผู้เฒ่า“ท่านแม่ ขอโทษเจ้าค่ะ ข้าท าตัวไม่เหมาะสมเลย”ฮูหยินผู้เฒ่าตบไหล่นางเบา ๆ “ไม่เป็นไร ตอนนี้พวกเราไม่ใช่ตระกูลใหญ่ที่ต้องค านึงถึงมารยาทในทุกเรื่องอีกแล้ว เจ้าไม่ต้องพูดถึงพิธีรีตองพวกนั้นก็ได้”ขณะที่กล่าว ฮูหยินผู้เฒ่าก็เดินเข้าไปใกล้โม่ชูหาน ยื่นมือไปพยุงเขาให้ลุกขึ้นมาเมื่อสัมผัสแขนของโม่ชูหาน น ้าตาที่ฮูหยินผู้เฒ่าพยายามกลั้นไว้ก็ไหลออกมาอีกครั้งอย่างควบคุมไม่ได้“ชูหาน สามปีที่ผ่านมาเจ้าต้องผ่านอะไรมาบ้าง ท าไมถึงได้ผอมลงขนาดนี้?”โม่ชูหานลุกขึ้นยืนตามแรงดึงของมารดา“ท่านแม่ ข้า…”
โม่ชูหานก าลังจะอธิบายเรื่องบางอย่าง แต่โม่จิ่วเยี่ยก้าวเข้ามาก่อน“ท่านแม่ พี่แปดได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้เขายังอ่อนแอมาก เรื่องพวกนี้ไว้ค่อยถามทีหลังเถอะ”แน่นอนว่าฮูหยินผู้เฒ่าเข้าใจความหมายของโม่จิ่วเยี่ย เพราะว่าที่นี่มีสายตาจากคนมากมาย จึงไม่เหมาะจะพูดคุยเมื่อครู่นางก็แค่เป็นห่วงโม่ชูหานมากเกินไป จึงมองข้ามเหตุผลข้อนี้ในตอนนี้ เผิงวั่งก็น าเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งมาตรวจสอบสถานการณ์ ตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยก็มุงดูอยู่แถวนั้นเช่นกันเมื่อครู่พวกเขาได้ยินการสนทนาของคนไม่กี่คนก็รู้ถึงตัวตนของโม่ชูหานแล้วแม้ว่าพวกเขาจะงุนงงกับการตายแล้วฟื้นคืนของโม่ชูหาน แต่ก็ยินดีกับสกุลโม่อย่างจริงใ