จเผิงวั่งรู้กาลเทศะที่สุด เขาโบกมือไล่ผู้คนที่มุงดูอยู่“คนสกุลโม่จะพูดคุยกัน ไม่เกี่ยวกับพวกเจ้า แยกย้ายกันไปสิ!”ทุกคนเชื่อฟังและแยกย้ายกันไปโม่จิ่วเยี่ยมองท้องฟ้า ยังเหลือเวลาอีกสักพักก่อนจะฟ้าสาง
“พี่แปด ท่านไปพักผ่อนในกระโจมของข้าก่อน พวกเรามีอะไรค่อยคุยกันทีหลัง”เมื่อได้ยินดังนั้น พี่สะใภ้ห้าก็เดินเข้ามา“น้องเก้า ข้ากับน้องสะใภ้แปดอยู่กระโจมในเดียวกัน ข้าจะไปอยู่กับท่านแม่กับหาเยี่ย ให้พี่แปดได้อยู่กับน้องสะใภ้แปด”ก่อนที่โม่จิ่วเยี่ยจะทันได้พูด ฮูหยินผู้เฒ่าก็เห็นด้วย “อืมเหมาะสมดี ชูหานดูอ่อนแรงมาก สะใภ้จ้าวจะได้ดูแลเขาอย่างสะดวก”ขณะพูด พี่สะใภ้ห้าก็หอบข้าวของออกมาจากกระโจมแล้วเพื่อให้พื้นที่กับพี่แปดและน้องสะใภ้แปดสะใภ้แปดก้าวไปข้างหน้าและจับแขนโม่ชูหานไว้“ท่านพี่ ข้าจะพยุงท่านเดิน”โม่ชูหานลูบมือที่โอบรอบแขนของเขาอย่างทะนุถนอม“ได้”สะใภ้แปดค่อย ๆ พยุงโม่ชูหานเข้าไปในกระโจมอย่างระมัดระวังแต่ม่านยังไม่ได้ปิดลงนางรู้ว่าท่านแม่คงจะมีอะไรอีกมากมายที่ต้องคุยกับสามีแน่นอนว่าฮูหยินผู้เฒ่าก็ตามเข้าไปด้วย
โม่จิ่วเยี่ยกังวลว่าพี่แปดจะอธิบายสิ่งที่พวกเขาคิดไว้ผิดพลาดจึงรีบเข้าไปจับแขนฮูหยินผู้เฒ่าไว้“ท่านแม่ ร่างกายของพี่แปดยังอ่อนแอมาก หร่านหร่านบอกให้เขาพักผ่อนมาก ๆ ถ้าท่านแม่อยากรู้อะไร ข้าจะเล่าให้ฟังเอง”ฮูหยินผู้เฒ่ามองร่างของโม่ชูหานที่นั่งเอียงอยู่ในกระโจม แล้วหันไปพูดกับสะใภ้แปดว่