ิดเช่นนี้ เหอจื่อหยวนจึงเดินตรงไปหาโม่จิ่วเยี่ยความตั้งใจของตัวเองโม่จิ่วเยี่ยเหลือบมองเขาเพียงครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่ได้คิดจะพูดคุยด้วยเดิมทีเหอจื่อหยวนคิดว่า อย่างน้อย ๆ โม่จิ่วเยี่ยคงจะต้องถามเขาบ้างว่า ‘ท่านมาท าไม?’แต่เขากลับไม่พูดอะไรเลยสักค าความจริงเหอจื่อหยวนก็ท าไปเพราะใจร้อนไปสักหน่อย เมื่อเจอท่าทีแบบนี้เข้า เขาก็ท าตัวไม่ถูก จนไม่รู้ว่าควรจะอยู่ต่อหรือจากไปดี
แต่เมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว เขาก็ไม่อาจเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรได้หลังครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เหอจื่อหยวนก็รวบรวมความกล้าเพื่อเอ่ยปาก“โม่…คุณชายโม่” เขาเพิ่งคิดค าเรียกขานนี้ออก และรู้สึกว่าเรียกแบบนี้ดูจะเหมาะสมกว่าโม่จิ่วเยี่ยเลิกคิ้ว ยังคงไม่เอ่ยปากอะไร เพียงแต่พยักหน้าให้เขาเหอจื่อหยวนท าท่าทางลึกลับ มองซ้ายมองขวาก่อนจะพูดเบา ๆว่า“ที่จริงแล้ว เรื่องในปีนั้นที่ข้าไม่สามารถส่งเสบียงไปชายแดนได้ทันเวลา ก็เพราะถูกคนสั่งให้ท า”เรื่องนี้แม้เหอจื่อหยวนจะไม่พูด โม่จิ่วเยี่ยก็รู้ดีแก่ใจแต่ต่อหน้าเหอจื่อหยวน เขากลับแกล้งท าเป็นไม่รู้เรื่อง ด้วยอยากรู้ว่าเหอจื่อหยวนก าลังคิดจะท าอะไร“ดูเหมือนใต้เท้าเหอพร้อมจะทรยศเจ้านายของตัวเองแล้วหรือ”น ้าเสียงของโม่จิ่วเยี่ยแฝงไปด้วยความเย็นชาและแววตาเย้ยหยันอย่างเห็นได้ชัด
ประโยคนี้ช่างท าให้เหอจื่อหยวนรู้สึกเสียหน้า แต่เมื่อเขาตัดสินใจแล้วก็ไม่มีทางหันหลังกลับ ค าพูดก็พูดไปแล้ว ย่อมไม่ได้คิดจะปิด