บังอะไรอีกการจะประจบเอาใจโม่จิ่วเยี่ยในครั้งนี้ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวเมื่อคิดได้ดังนั้น เหอจื่อหยวนจึงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจังว่า“คุณชายโม่คงคาดไม่ถึงแน่ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังที่สั่งให้ข้าริบเสบียงอาหารไปเมื่อครั้งนั้น แท้จริงแล้วคือองค์ชายรอง ท่านอ๋องรุ่ย”ค าพูดนี้พาให้แววตาของโม่จิ่วเยี่ยพลันมืดลงอย่างน่ากลัว“ท่านบอกว่าเป็นท่านอ๋องหนานรุ่ยหรือ”เหอจื่อหยวนพยักหน้า “ใช่แล้ว เป็นท่านอ๋องหนานรุ่ย”เรื่องนี้แตกต่างจากที่โม่จิ่วเยี่ยคาดการณ์เอาไว้ไปโดยสิ้นเชิงแท้จริงแล้วในใจเขารู้ดีว่า การที่เหอจื่อหยวนริบเสบียงอาหารของกองทัพชายแดนไป ย่อมต้องมีผู้บงการอยู่เบื้องหลัง และคนที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้ก็คือหนานเหิงในเวลานั้น สถานการณ์ในราชส านักเป็นที่รู้ดีแก่ทุกฝ่าย หนานเหิงคือรัชทายาทโดยชอบธรรมซึ่งเกิดจากจักรพรรดินี แม้ว่าความสามารถอาจด้อยกว่าผู้อื่นอยู่บ้าง แต่ก็ได้เปรียบจากชาติ
ก าเนิดอันสูงส่ง บรรดาขุนนางที่สนับสนุนให้เขาขึ้นครองราชย์นั้นมีจ านวนมากเกินครึ่งหนึ่งส่วนหนานฉีเป็นโอรสที่เกิดจากหยวนกุ้ยเฟย มีฐานะรองจากหนานเหิงเพียงต าแหน่งเดียวแต่เพราะหนานฉีท าหน้าที่ได้อย่างโดดเด่นจนได้รับการสนับสนุนจากขุนนางมากมายส่งผลให้ขุนนางแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนหนานเหิงเป็นรัชทายาท ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งสนับสนุนหนานฉีส่วนหนานรุ่ยที่เหอจื่อหยวนเพิ่งกล่าวถึงนั้น มารดาของเขาไม่