ได้รับความโปรดปราน จักรพรรดิซุ่นอู่เองก็ไม่ชอบบุตรชายคนนี้เขาจึงแทบไม่มีตัวตนต่อหน้าผู้อื่นมาตั้งแต่เด็กกระทั่งยามปกติเขาก็ท าท่าทีไม่สนใจการเมือง วัน ๆ เอาแต่แต่งบทกวีวาดภาพอยู่กับพวกนักปราชญ์ถ้าสิ่งที่เหอจื่อหยวนพูดเป็นความจริง โม่จิ่วเยี่ยก็ยังนึกไม่ออกว่าหนานรุ่ยท าแบบนั้นไปเพื่ออะไรเพื่อยืนยันว่าค าพูดของเหอจื่อหยวนว่ามีมูลความจริงหรือไม่เขาจึงถามต่อไปว่า “ข้ากับเขาไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกัน เขาจะท าเช่นนี้ท าไม”
ในที่สุดค าพูดของเขาก็ดึงความสนใจจากโม่จิ่วเยี่ยได้ เหอจื่อหยวนจึงรีบเปลี่ยนท่าทีทันที่เขาหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ พูดจาอย่างมั่นใจกว่าเดิม“คุณชายโม่เป็นคนฉลาด คงรู้ดีว่าที่ข้าพูดไปทั้งหมดก็เพื่ออะไร”เมื่อมองท่าทางน่าสมเพชของเหอจื่อหยวน โม่จิ่วเยี่ยก็นึกอยากจะตบตีเขาสักหนแต่เพื่อล้วงความลับบางอย่างออกมา เขาจึงก ามือแน่นแล้วค่อยๆ คลายออก“ข้าเป็นเพียงนักรบ ไม่เข้าใจเรื่องราวซับซ้อน หากใต้เท้าเหอต้องการพูดคุยกับข้า ก็พูดมาตามตรงเถอะ”อีกฝ่ายคิดว่าเมื่อพูดอย่างก่อนหน้านี้ไป โม่จิ่วเยี่ยจะต้องเปลี่ยนท่าทีและแสดงความเป็นมิตรกับเขาอย่างแน่นอนแต่ผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม โม่จิ่วเยี่ยไม่เพียงแต่ไม่แสดงท่าทีเป็นมิตรใด ๆ ออกมา กลับยังท าให้เขาตกใจกลัวมากยิ่งขึ้นเมื่อเห็นสายตาเย็นชาของโม่จิ่วเยี่ย เหอจื่อหยวนพลันรู้สึกหนาวสั่นโดยไม่รู้ตัวเขาถึงขั้นคิดไปไกลว่า หากวันนี้ไม่ยอมปริปากพูดความลั