ดที่คนของสกุลโม่อยู่ขณะเดียวกัน เผิงวั่งก็ได้ยินเสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่คนนั้นจึงเดินมาทางพวกเขา และบังเอิญมาพบกับกลุ่มคนของสกุลโม่พอดีโม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าให้เผิงวั่งเล็กน้อยด้วยความเคารพ จากนั้นก็เดินตรงไปหาฮูหยินผู้เฒ่าแล้วคุกเข่าลงตรงหน้านางทันที่“ข้าคนนี้ไม่กตัญญู ท าให้ท่านแม่ต้องเป็นห่วงแล้ว”เขาพูดพลางค านับฮูหยินผู้เฒ่าอย่างนอบน้อมในดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าเอ่อล้นไปด้วยน ้าตา นางเดินเข้าไปหาโม่จิ่วเยี่ย พลางยื่นมือออกไปประคองเขาให้ลุกขึ้นนางพูดด้วยน ้าเสียงสั่นเครือว่า “กลับมาก็ดี กลับมาก็ดีแล้ว…”เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ บรรดาพี่สะใภ้ต่างก็พากันปาดน ้าตาส่วนโม่หานเยี่ยยิ่งแล้วไปใหญ่ นางพุ่งเข้าไปซุกอกเฮ่อจือหร่านแล้วร้องไห้โฮออกมา
“พี่สะใภ้เก้า พวกท่านสองคนกลับมาแล้ว ในที่สุดก็กลับมา ฮือ ๆๆ หานเยี่ยเป็นห่วงพวกท่านทุกวันจนนอนไม่หลับเลย ฮือ ๆ ๆ …”“พี่สะใภ้เก้า หานเยี่ยคิดถึงพวกท่านมาก…”เฮ่อจือหรานโอบกอดโม่หานเยี่ยเอาไว้ เอ่ยปลอบนางเบา ๆ“หานเยี่ยอย่าร้องไห้ พวกเรากลับมาอย่างปลอดภัยแล้วอย่างไร”ความจริงแล้วโม่หานเยี่ยเพียงดีใจจนร้องไห้ออกมาเท่านั้น นางจึงไม่ได้ร้องไห้อยู่นาน หลังจากซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเฮ่อจือหรานและออดอ้อนอยู่ครู่หนึ่ง นางก็กลับไปหาฮูหยินผู้เฒ่าในตอนนี้ โม่จิ่วเยี่ยเดินมาอยู่เบื้องหน้าของเผิงวั่งแล้วเขาจ าเป็นต้องอธิบายเรื่องที่คนหายไปจากขบวนเดินทางเป็นเวลานาน “พี่เผิง