หนีออกจากที่นี่ไม่ได้อยู่ดีไม่สู้ให้ภรรยาข้าลองดูสักหน่อยเล่า”เผิงวั่งนึกถึงน ้าท่วมใหญ่เบื้องล่าง จึงตระหนักได้ว่าพวกเขาไม่สามารถออกจากที่นี่ได้จริง ๆถ้าเช่นนั้น หากต้องการมีชีวิตรอด พวกเขาก็ท าได้เพียงฝากความหวังสุดท้ายไว้กับเฮ่อจือหร่านเท่านั้น“ตกลง พวกเจ้ารีบไปรีบกลับ แล้วก็ระวังตัวด้วย” เผิงวั่งกล่าวพลางหยิบหมวกไม้ไผ่สองใบส่งให้โม่จิ่วเยี่ยโม่จิ่วเยี่ยรับหมวกไม้ไผ่มา มองเผิงวั่งด้วยสายตาที่ท าให้เขาวางใจ ก่อนจะหันหลังแล้วจากไปตอนที่เฮ่อจือหร่านขอความช่วยเหลือจากโม่จิ่วเยี่ย นางก็คิดในใจว่าความลับของตัวเองคงต้องเปิดเผยต่อหน้าเขาอีกครั้งไม่ต้องพูดถึงว่านางเชื่อใจโม่จิ่วเยี่ยหรือไม่ แต่ในตอนนี้ เมื่อต้องเผชิญกับปัญหากาฬโรคที่อาจแพร่เชื้อสู่ผู้คนมากมาย นางจึงจ าเป็นต้องเก็บความลับของตัวเองไว้เป็นเรื่องรองทั้งสองสวมหมวกไม้ไผ่แล้วออกจากถ ้า วิ่งเหยาะ ๆ ไปตามเส้นทางเดิม
ท้องฟ้ามืดมิด เส้นทางก็เปียกลื่น โม่จิ่วเยี่ยกุมมือเล็ก ๆ ของเฮ่อจือหร่านไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเพื่อความปลอดภัยของนางเฮ่อจือหร่านคิดว่า ในเมื่อความลับของนางต้องถูกเปิดเผยอยู่บ้างแล้ว ก็ไม่แปลกที่จะเพิ่มเรื่องน่าสงสัยเข้าไปอีกสักหน่อยดังนั้น นางจึงหยิบไข่มุกของท้องพระคลังออกมาจากพื้นที่มิติเมื่อไข่มุกปรากฏขึ้น บริเวณโดยรอบก็สว่างไสวขึ้นทันที่โม่จิ่วเยี่ยมองส ารวจไข่มุกเรืองแสงในมือนางอย่างพิจารณาเกือบจะอดใจไม่ไหวโพลงเอ่ยถา