ญ่บ้านคงไม่ได้ฟังที่ท่านเตือน”เผิงวั่งถอนหายใจ“ข้าพูดไปหมดแล้ว แต่หลิวหลี่เป็นคนดื้อรั้น เขาคิดว่าข้าพูดเกินจริง”โม่จิ่วเยี่ยส่ายศีรษะด้วยความจนใจ ไม่รู้ว่าควรจะท าอย่างไรจางชิงเห็นทั้งสองคนคุยกันจึงเข้ามาร่วมวงสนทนา“หัวหน้า ถึงแม้พวกเราจะหนีน ้าท่วมได้ แต่การที่พวกเราอยู่บนเขานาน ๆ ก็คงทนหิวตายไม่ได้หรอก”
เผิงวั่งเองก็คิดถึงปัญหานี้เช่นกัน ตอนแรกเขาคิดว่าจะขึ้นมาหลบบนเขาเพียงคืนเดียว และพรุ่งนี้เช้าก็จะลงไปได้แต่เมื่อเห็นสายฝนที่ยังคงตกหนัก เขาก็เริ่มไม่แน่ใจทันใดนั้น โม่จิ่วเยี่ยก็ลุกขึ้นยืนเดินตรงไปยังปากถ ้าการกระท าของโม่จิ่วเยี่ยนั้นเดาได้ไม่ยาก คงจะต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ ๆทั้งสองคนจึงเดินตามไปที่ปากถ ้าอย่างรู้กันโดยไม่ต้องบอกกล่าว“น้องชาย เกิดอะไรขึ้น”โม่จิ่วเยี่ยท าท่าทางให้เผิงวั่งเงียบเสียง แล้วพูดเบา ๆ ว่า “พี่เผิงขอข้ายืมกระบี่ท่านสักหน่อย เหมือนข้าจะได้ยินเสียงหมูป่า”พอได้ยินว่ามีหมูป่าอยู่แถวนี้ เผิงวั่งก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที่ถ้ามีแค่เจ้าหน้าที่อย่างพวกเขา ก็คงจะตื่นกลัวอยู่บ้าง แต่ตอนนี้มีถึงอดีตเทพสงครามที่อายุน้อยที่สุดของราชวงศ์ต้าซุ่นยืนอยู่ตรงนี้ด้วย เขาย่อมวางใจได้เผิงวั่งถอดกระบี่ของจางชิงแล้วยื่นให้โม่จิ่วเยี่ย “น้องชาย ระวังตัวด้วย”หลังเห็นโม่จิ่วเยี่ยออกจากถ ้าไปแล้ว เผิงวั่งจึงถือกระบี่ตามออกไป “น้องชายรอข้าด้วย”
ขณะเดียวกัน เฮ่อจือหร่านที่อยู่ในถ ้าก็ไ