กกว่าเงินหนึ่งพันต าลึงนั้นเสียอีกโม่จิ่วเยี่ยพยักหน้ารับค าอย่างหนักแน่น ตอบกลับเสียงเบาเช่นกัน “เช่นนั้น ข้าก็ขอขอบคุณคุณชายเฟยล่วงหน้าแล้ว”เฟ่ยหนานอวี่ตบบ่าโม่จิ่วเยี่ยเบา ๆ ก่อนจะเดินจากไปขบวนนักโทษยังคงเดินทางต่อ หลังเดินทางมาเป็นเวลาสามวันเต็ม ๆ จนกระทั่งถึงบ่ายของวันที่สี่ อากาศก็เริ่มอบอ้าวผิดปกติสวรรค์ก็เหมือนจะรู้เห็นเป็นใจ ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสไร้เมฆ กลับมีลมพัดแรงน าพาเมฆฝนมาบดบังจนมืดครึ้มโจวเหล่าปาที่อยู่ท้ายขบวนนักโทษ รีบเร่งฝีเท้ามาหาเผิงวั่งที่อยู่หน้าขบวน “หัวหน้า ฝนจะตกแล้วนะขอรับ”เผิงวั่งแหงนหน้ามองท้องฟ้ามืดครึ้มที่เต็มไปด้วยเมฆฝน“ฝนคงจะตกหนักแน่ เดินไปอีกสิบลี้จะมีหมู่บ้านอยู่ พวกเราเร่งฝีเท้าไปที่นั่น มองหาบ้านของชาวบ้านเพื่อหลบฝนกันเถอะ!”
“ขอรับ” โจวเหล่าปาตอบรับ แล้วตะโกนบอกกับกลุ่มคนว่า “รีบเดินกันหน่อย ใครรั้งท้ายระวังจะถูกเฆี่ยน!”ทุกคนต่างรีบร้อนเพราะไม่มีใครอยากตากฝน หลังจากโจวเหล่าปาตะโกนบอก พวกเขาก็เร่งฝีเท้าขึ้นอย่างเชื่อฟังแต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้าง พวกเขาเดินไปได้ไม่ไกลเม็ดฝนเม็ดใหญ่ก็ตกลงมาอีกทั้งยังโชคร้ายยิ่งกว่านั้น เพราะบริเวณโดยรอบเป็นที่โล่งเตียน ไม่มีสิ่งใดให้หลบฝนด้วยความจ าเป็น เผิงวั่งจึงได้แต่สั่งให้เดินหน้าต่อไปสายฝนยิ่งตกหนักราวกับแม่น ้าเทกระหน ่ายังดีที่พวกเจ้าหน้าที่เตรียมหมวกไม้ไผ่มาจากเมืองหลวงทุกคนส่วนนักโทษอย่างพวกเขาโชคดีไม่อย่าง