พากันมีสีหน้าเศร้าสร้อย มองคนอื่นจ าจ่ายซื้อของกัน พลางรู้สึกอิจฉาอย่างบอกไม่ถูกด้วยน ้าใจของพี่สะใภ้ทั้งสอง ท าให้คราวนี้เฮ่อจือหร่านไม่ได้ร่วมวงไปซื้อของด้วยจนกระทั่งผ่านร้านขายเครื่องมือช่าง เฮ่อจือหร่านจึงเริ่มสนใจขึ้นมานางบอกกับเผิงวั่งว่า “พี่เผิง ข้าขอซื้อเกวียนไม้เพิ่มอีกสักสองเล่มได้หรือไม่”เผิงวั่งรู้ดีว่าเฮ่อจือหร่านต้องการอะไร พวกเขาซื้อของกันมากขึ้นเรื่อย ๆ การขนย้ายจึงไม่สะดวกอย่างไรก็ตามเขายังคงปฏิเสธ
“น้องสะใภ้ เจ้าอาจจะไม่รู้ อีกไม่กี่วันข้างหน้า พวกเราต้องผ่านเส้นทางบนเขาอีกหลายลูก ทั้งบางช่วงยังต้องปีนเขาข้ามไป ถึงตอนนั้น เกวียนไม้สองเล่มนี้ก็คงเอาไปไม่ได้ ข้าขอแนะน าว่าหากอยากซื้อเกวียนไม้ ก็รอให้พวกเราข้ามเขาลูกนั้นไปก่อนเถอะ”แท้จริงแล้วเฮ่อจือหร่านไม่รู้เลยว่าเส้นทางนี้จะต้องเดินทางข้ามเขา“ถ้าอย่างนั้นก็ท าตามที่พี่เผิงพูดเถอะ”ในขณะเดียวกัน นางก็ค านึงถึงเรื่องหนึ่ง คือเสบียงอาหารในวันข้างหน้า คงไม่สามารถเติมจนเต็มได้มากเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นภาระที่หนักเกินไปในเวลาข้ามภูเขาขณะที่เฮ่อจือหรานก าลังวางแผนว่าจะท าอย่างไรต่อไป สายตาก็เหลือบไปเห็นร้านสุราที่อยู่ไม่ไกลออกไป คุณชายชุยที่ซื้อเนื้อหมาป่าตากแห้งจากพวกเขาก าลังยืนอยู่ตรงนั้น และก าลังเชื้อเชิญแขกอย่างกระตือรือร้นให้เข้าไปข้างในเฮ่อจือหรานได้ยินเรื่องจุดประสงค์ของคุณชายชุยที่ซื้อเนื้อหมาป่าตากแห้งจ