ยและตระกูลฟางล้วนเป็นคนที่มีเหตุผลการเดินทางอันแสนยาวไกลนี้ พวกเขายังต้องร่วมทางกันไปอีกนาน การดูแลช่วยเหลือกันและกันย่อมดีกว่าคิดร้ายต่อกันยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยยังต้องรับอาหารที่แบ่งจากสกุลโม่ พวกเขาคงรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่นักในเมื่อตอนนี้มีโอกาสหาเงินมาได้บ้าง หากท าตัวตระหนี่ถี่เหนียวแล้วจ่ายเงินให้พวกเขาเพียงนิดหน่อย ต่อไปพวกเขาก็ยังต้องมาพึ่งพาสกุลโม่อยู่ดีนี่จึงถือเป็นการให้เกียรติพวกเขาทั้งสองตระกูลโดยไม่ต้องเอ่ยปาก
เซี่ยเทียนไห่เห็นเผิงวั่งพูดเช่นนั้นจึงคิดว่าเรื่องนี้เป็นความคิดของเขาเขาตื่นเต้นดีใจรีบรับเงินยี่สิบต าลึงมาเผิงวั่งเห็นดังนั้นจึงเอ่ยเตือนว่า “ข้าไม่ได้มีน ้าใจจะแบ่งเงินให้พวกเจ้าหรอกนะ ถ้าไม่ใช่เพราะเฮ่อจือหร่านเอ่ยปากเอง คงไม่มีทางที่พวกเจ้าจะได้เห็นแม้แต่เงาของเงิน”ได้ยินดังนั้นเซี่ยเทียนไห่จึงเข้าใจอย่างกระจ่าง เขาเองก็รู้ว่าสกุลโม่และเผิงวั่งนั้นสนิทสนมกันดี แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คาดไม่ถึงว่าเผิงวั่งจะยอมฟังค าพูดเฮ่อจือหร่าน ถึงขั้นยินยอมแบ่งเงินให้พวกเขาคิดได้เช่นนั้นแล้ว เซี่ยเทียนไห่จึงประสานมือคารวะเฮ่อจือหร่านด้วยความจริงใจ“หลานสะใภ้ น ้าใจครั้งนี้ ข้าจะจดจ าเอาไว้อย่างดี”[1] บทกวีเจ็ดก้าว : กล่าวถึงพี่น้องที่ต้องเข่นฆ่ากันเอง โดยเนื้อหาในบทกวีเปรียบกับการต้มเมล็ดถั่วโดยใช้ต้นถั่วมาเป็นเชื้อไฟทั้ง ๆ ที่เมล็ดถั่วในภาชนะนั้นก็เกิดร