อบแทนพวกท่านอย่างสุดก าลัง”กล่าวจบเขาก็หันหลังเดินกะเผลกจากไปจนกระทั่งเงาร่างของเฟ่ยหนานอวี้ลับตาไป เฮ่อจือหร่านจึงเอ่ยปากชวนเผิงวั่งและเจ้าหน้าที่ไปหาข้าวกินต่อ
เฮ่อจือหร่านไม่อาจยืนยันได้ว่าการช่วยเหลือเฟ่ยหนานอวี้ในวันนี้ จะได้รับผลตอบแทนในภายภาคหน้าหรือไม่ทว่านางเชื่อมั่นว่าแม้พวกเขาจะไม่ได้กลายเป็นมิตรต่อกันในวันหน้า แต่การกระท าในวันนี้คงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี อย่างน้อยอนาคตก็คงไม่กลายเป็นศัตรูกันขณะที่เฮ่อจือหร่านก าลังครุ่นคิดเรื่องนี้อยู่นั้น เผิงวั่งก็อดรนทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปากถาม“น้องสะใภ้ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนประเภทชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน แล้วเหตุใดถึงได้ช่วยเขา”เรื่องแบบนี้ล้วนมาจากความรู้สึกส่วนตัว เฮ่อจือหร่านจึงไม่คิดจะพูดความจริง“ข้าทนเห็นคนถูกรังแกไม่ได้ จึงทนไม่ไหวจนต้องเข้าไปช่วย”ค าพูดนี้เผิงวั่งย่อมไม่เชื่อ แต่เมื่อนางไม่ต้องการบอก เขาก็ไม่อาจเซ้าซี้ถามต่อเดินมาได้ไม่นานนัก เผิงวั่งก็ชี้นิ้วไปที่ร้านแผงลอยข้างทางที่ดูธรรมดาร้านหนึ่งแล้วเอ่ยว่า“ร้านนั้นเกี๊ยวอร่อยมาก ทั้งยังมีเนื้อตุ๋นสูตรเฉพาะของร้านด้วยเจ้าอยากลองชิมดูหรือไม่”
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านหิวจนตาลายแล้ว นางไม่ต้องการอะไรมากขอแค่มีอะไรใส่ลงท้องก็พอยิ่งได้ฟังสิ่งที่เผิงวั่งพูด เหมือนกับว่าเขาเคยมากินที่ร้านนี้มาก่อนสิ่งที่เคยกินมาแล้วยังอยากจะกินอีก นางจึงคิดว่ารสชาติคงจะไม่เลวนัก“ข้าไม่มีปัญหา พี่เผิงสั่งได้เล