ายสักชิ้น เมื่อเห็นว่าเถ้าแก่ชอบมันมาก เผิงวั่งจึงใจดีแบ่งให้ชิมอีกสองสามชิ้นหลังจากรับเงินมาแล้ว เผิงวั่งก็เตรียมจะพาทุกคนไปต่อ แต่พอเขาหันหลังเดินออกจากร้าน เถ้าแก่กลับวิ่งตามมา“ท่านทั้งหลาย โปรดรอก่อน”
เผิงวั่งหันกลับไปถาม “มีอะไรอีกหรือ?”เถ้าแก่เดินเข้ามาหาพวกเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“น้องชาย เนื้อหมาป่าตากแห้งนี่เจ้าขายหรือไม่?”“แน่นอนว่าขาย แต่จะขายพวกมันทั้งหมด ไม่ได้แบ่งขาย” เผิงวั่งตอบทันทีที่เขาพูดจบ บุรุษวัยสามสิบกว่า ๆ ในชุดผ้าไหมยาวก็เดินออกมาจากร้านขายหนังสัตว์ชายคนนั้นถือพัดไว้ในมือ เดินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยท่าทางสง่างาม“ข้าน้อยแซ่ชุยขอถาม เนื่องจากในอีกสามวันข้าจะจัดงานชุมนุมบทกวี ถึงตอนนั้นจะมีแขกผู้รู้หนังสือและผู้ที่ใจรักในศิลปะจากหลากหลายอ าเภอมาร่วมงาน ข้าเห็นว่าเนื้อหมาป่าตากแห้งนี่เป็นกับแกล้มชั้นเลิศ หากเป็นไปได้ ข้าอยากซื้อมันไปบ้าง”เผิงวั่งเห็นว่ามีคนมาติดต่อขอซื้อ จึงหันไปมองเฮ่อจือหรานทันที่เฮ่อจือหรานรู้ดีอยู่แล้วว่าเนื้อหมาป่าตากแห้งนี้ไม่มีทางขายไม่ออก“คุณชายชุย เนื้อตากแห้งของเราไม่แบ่งขาย แต่หากท่านต้องการทั้งหมด พวกเราก็พูดคุยเรื่องราคากันได้”
คุณชายชุยมองปริมาณเนื้อหมาป่าตากแห้งบนรถเข็นไม้จากนั้นจึงกล่าวว่า “ไม่มีปัญหา”เมื่อได้ยินดังนั้น เฮ่อจือหรานจึงไม่รอช้า นางแจ้งราคาที่ต้องการทันที่ “ทั้งหมดนี้คิดราคาชั่งละสามร้อยเหวิน”“สามร้อยเหวิน? แม่นาง นี่เจ