้าก าลังชิงทรัพย์กันหรืออย่างไร”เถ้าแก่ร้านขายหนังสัตว์รู้สึกว่าราคานี้ช่างมากเกินไปนักราคาที่เฮ่อจือหรานเรียกนี้ ไม่เพียงเถ้าแก่ร้านขายหนังสัตว์จะตกใจ แม้แต่เผิงวั่งเองก็ยังอดตกใจไม่ได้หากเนื้อตากแห้งที่พวกเขาท าไม่อร่อย แม้จะน าเนื้อหมาป่าเหล่านี้ไปขายที่ตลาดหลังจากผ่านกรรมวิธีแล้ว คงแลกเงินได้ไม่กี่เหวินเท่านั้นนางช่างขูดเลือดขูดเนื้อคนนัก คิดราคาสูงถึงสามร้อยเหวินเลย!เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าราคาที่เสนอออกไปนั้นเกินจริงอยู่บ้าง เพราะการซื้อขายย่อมต้องมีการต่อรองกันอยู่แล้ว แต่นางไม่มีทางยอมลดราคาลงก่อนแน่นอน“เนื้อตากแห้งหนึ่งชั่ง ต้องใช้เนื้อหมาป่าถึงห้าชั่ง หมาป่าพวกนี้ล้วนแต่เป็นของที่คนในครอบครัวข้าเสี่ยงชีวิตออกล่ามา กว่าจะผ่านกระบวนการมากมายจนท าส าเร็จได้ ข้าคิดว่าราคานี้สมเหตุสมผลแล้ว”
“ถึงแม้เนื้อหมาป่าห้าชั่งจะท าเป็นเนื้อตากแห้งได้หนึ่งชั่ง แต่มันก็ไม่คุ้มกับราคาสามร้อยเหวินหรอก” เถ้าแก่ร้านโต้แย้งคุณชายชุยรีบเสริมทันที่ “ใช่แล้ว สามร้อยเหวินต่อหนึ่งชั่งนั้นแพงเกินไปจริง ๆ”เผิงวั่งเห็นว่าทั้งสองคนต่างก็คิดว่าราคาแพงเกินไป จึงคาดเดาว่าการค้าครั้งนี้คงจะล้มเหลวด้วยความร้อนใจ เขาจึงลอบสะกิดเฮ่อจือหร่านแล้วส่งสายตาให้เป็นการเตือนให้นางลดราคาลงสักหน่อยแต่เฮ่อจือหร่านกลับไม่สนใจเผิงวั่ง พูดกับเถ้าแก่ร้านและคุณชายชุยไปว่า “ข้าเชื่อว่าการที่ทั้งสองท่านตั้งใจมาขอซื้อ ก็เพราะได้ลองช