งเฮ่อจือหร่านก็ดังขึ้นข้างหูเขาอีกครั้ง“ท่านพี่ เนื้ออร่อยหรือไม่”“อร่อย อร่อยมาก” จิตใจของโม่จิ่วเยี่ยไม่ได้จดจ่ออยู่กับเนื้อ เขาไม่ได้ลิ้มรสรสชาติอย่างละเอียดเหมือนเผิงวั่ง แต่เขาก็รู้สึกได้ว่ามันอร่อยมากจริง ๆเฮ่อจือหร่านไม่ได้สนใจท่าทางของโม่จิ่วเยี่ย ค าตอบของเขานั้นเรียบง่ายมาก นางจึงคิดว่ามันเป็นเพียงนิสัยที่เย็นชาของเขา และไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
นางหันไปหาเผิงวั่งอีกครั้ง “เจ้าหน้าที่เผิง บอกข้าสิว่าตอนนี้เนื้อหมาป่าพวกนี้ยังไร้ค่าอยู่หรือไม่”“ไม่เลย ไม่อย่างแน่นอน! เนื้อตากแห้งพวกนี้หากเอาไปขายในเมืองต้องราคาดีแน่ ๆ” เผิงวั่งกล่าวด้วยแววตาเป็นประกาย ราวกับเห็นเงินมากมายก าลังจะไหลมาเทมา“ถ้าอย่างนั้น เราก็ท าตามวิธีนี้เถอะ ท าเนื้อหมาป่าทั้งหมดให้เป็นเนื้อตากแห้ง แล้วเอาไปขายในเมือง ส่วนหนังหมาป่าพวกนั้นก็อาศัยช่วงที่แดดดีเช่นนี้ตากให้แห้ง ถ้าท าให้มีสถาพที่ดีก็น่าจะขายได้เงินเพิ่มอีกจ านวนหนึ่ง”ได้ยินเฮ่อจือหร่านพูดจาอย่างฉะฉาน ก็ท าให้เผิงวั่งยิ่งรู้สึกนับถือนางมากขึ้น ไม่รู้ว่าในหัวของสตรีผู้นี้มีอะไรอยู่ ถึงได้มีวิธีการมากมายขนาดนี้ได้“ท าตามที่เจ้าว่า”เผิงวั่งตัดสินใจจะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน เนื้อแห้งแสนอร่อยขนาดนี้เขาต้องกินให้อิ่มหน าส าราญก่อนถึงอย่างไรเนื้อหมาป่าก็มีตั้งมาก เขากินไปอีกหน่อยก็คงไม่เป็นไร…เผิงวั่งกินไปกินมา ก็เหมือนเขานึกอะไรขึ้นได้จึงลุกวิ่งออกไปไม่นานก็