กลับมาพร้อมกับอุ้มไหสุราใบหนึ่งอย่างทะนุถนอม
เขาเปิดจุกไห แต่กลับไม่ดื่มเอง เขายื่นให้โม่จิ่วเยี่ยเสียอย่างนั้น“เนื้อแห้งอร่อยขนาดนี้ จะขาดสุราไปได้อย่างไร เชิญท่านดื่มก่อนเถอะ”สมัยที่โม่จิ่วเยี่ยยังอยู่ในค่ายทหาร เขาเคยกินเนื้อแกล้มสุรากับทหารคนอื่น ๆ เป็นประจ าพอคิดถึงความรู้สึกที่ไม่ได้สัมผัสมานาน เขาก็รับไหสุรามาโดยไม่ปฏิเสธ ก าลังจะยกขึ้นดื่ม แต่ก็ถูกเฮ่อจือหร่านห้ามไว้เสียก่อน“ท่านยังบาดเจ็บอยู่ ห้ามดื่มสุราเชียวนะ”เมื่อได้ยินดังนั้น มือของโม่จิ่วเยี่ยก็ยกไหสุราค้างอยู่กลางอากาศจากนั้นเขาก็ส่งไหสุราคืนให้เผิงวั่ง“ภรรยาข้าพูดถูก ข้ายังบาดเจ็บ ไม่ควรดื่มสุรา”เผิงวั่งมองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มขบขัน รับไหสุราคืนมาพร้อมเอ่ยล้อด้วยน ้าเสียงลึกซึ้ง“ไม่คิดเลยว่าท่านฮู่กั๋วกงผู้เกรียงไกรของเราจะกลัวภรรยา”แน่นอนว่าโม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าเผิงวั่งก าลังล้อเล่น แต่เขาก็ยังคงพูดอย่างจริงจัง “ท่านพูดผิดแล้ว ตอนนี้ข้าเป็นเพียงนักโทษเนรเทศ ไม่ใช่ฮู่กั๋วกงอีกต่อไปแล้ว”เผิงวั่งจึงรู้สึกตัวว่าค าพูดของตนเองนั้นไม่ค่อยสมควรเท่าไหร่
“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะไม่เรียกท่านฮู่กั๋วกงแล้ว ท่านก็อย่าเรียกข้าว่าท่านเลย ถ้าไม่รังเกียจก็เรียกข้าว่าพี่เผิงเถอะ”โม่จิ่วเยี่ยไม่ใช่คนเรื่องมาก ยิ่งไปกว่านั้นเขายังค่อนข้างยอมรับในตัวตนของเผิงวั่งด้วย“พี่เผิง”เผิงวั่งดื่มสุราเข้าไปอึกใหญ่ หัวเราะร่า “ฮ่า ฮ่า ฮ่า…ดี! ต่อไปเจ้าคื