ียน ตอนที่เขาเห็นโอสถลั่วซินในถุง เขาก็กวาดตามองเย่ฮวาตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาถามขึ้นว่า “เจ้าหนู เจ้าได้โอสถเหล่านี้มาจากที่ใดกัน?”เย่ฮวาพูดด้วยความมั่นอกมั่นใจ “อาจารย์ของผมมอบมันให้กับผม”“หืม?”ผู้เฒ่าถามต่อไปว่า “อาจารย์ของเจ้าอยู่ที่ใด?”เย่ฮวาถอนหายใจออกมาเบาๆ “ผมเจอกับท่านอาจารย์โดยบังเอิญ ท่านอาจารย์ช่วยถ่ายทอดวิชาให้ผมเป็นเวลาสามวัน หลังจากนั้นท่านก็หายตัวไป ผมไม่ทราบแม้แต่ชื่อเสียงเรียงนาม มีเพียงโอสถลั่วซินห้าเม็ดนี้ที่ท่านทิ้งไว้ให้ผม”ผู้เฒ่ามองตาเย่ฮวา ขณะที่เย่ฮวาก็จ้องตาอีกฝ่ายตอบกลับไปโดยไม่มีท่าทีว่าจะหลบตาแม้แต่น้อย หลังจากจ้องอยู่หลายวินาที เขาก็หันไปพูดกับเสอเทียนเหยียนว่า “เก็บของชิ้นนี้ไว้ อย่าเสียเวลากับเรื่องพวกนี้จนทำให้การประลองล่าช้า”พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินออกไป เสอเทียนเหยียนมองหน้าพวกเขา “นับว่าครั้งนี้พวกเจ้ายังโชคดี”หลังจากเสอเทียนเหยียนหมุนตัวเดินออกไป มาวเย่ซานก็หันมาพูดกับเย่ฮวาด้วยสีหน้าราวกับรู้สึกผิด “คิดไม่ถึงเลยว่าข้าจะทำให้เจ้าต้องหยิบโอสถวิญญาณขั้นเซียนออกมาเช่นนี้ หลังจากนี้ข้าจะชดใช้มันให้เจ้าแน่นอน”เย่ฮวายิ้มและหันไปมองเสว่หลินที่อยู่ข้างๆ “ตอนนี้พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ไม่มีการแบ่งแยกอีกต่อไป อีกอย่างผมก็ไม่ได้สนใจโอสถเหล่านี้อยู่แล้ว”เยว่เหยาพึมพำ “วันนั้นโอสถที่ท่านมอบให้หยินซีคือโอสถนี้สินะ……”มาวเย่ซานประหลาดใจ เย่ฮวายักไหล่ด้วยท่าทาง