ในการทำแผลของเธอเป็นไปอย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นผู้ชำนาญการด้านนี้ ดูไม่ออกเลยจริงๆ ว่าเธอมีความสามารถเรื่องนี้ด้วยหลังจากพันแผลเรียบร้อยแล้ว มู่จื่อหานก็เตือนเขาเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องระวังระหว่างที่แผลยังไม่สมาน เขามองหน้าเล็กๆ ของเธอที่กำลังพูดด้วยสีหน้าและท่าทางจริงจังจู่ๆ ก็อดใจไม่ไหวขยับเข้าใกล้และจุ๊บปากเธอ“อ๊ะ…”มู่จื่อหานที่ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวตกใจจนร่างกระตุกเบาๆ หลังจากนั้นเธอก็โต้ตอบกลับมา ดวงตาคู่งามของเธอสบตากับเขาก่อนจะหลับตาลงเพื่ออิ่มเอมกับความสุขนี้หลังจากผ่านไปครึ่งนาทีพวกเขาก็ผงะออกจากกันมู่จื่อหานหอบหายใจด้วยใบหน้าที่แดงก่า เขายิ้มและมองเธอเก็บกล่องยาอย่างเงียบๆ ตอนที่พวกเขากำลังนั่งอยู่ด้านในห้องจู่ๆ ก็มีเสียงบิดลูกบิดดังขึ้นจากข้างนอกแม้ว่าเสียงจะเบา แต่เนื่องจากภายในห้องค่อนข้างเงียบจึงได้ยินเสียงได้อย่างชัดเจนพวกเขารีบหันไปมองที่ประตูห้องก็พบว่ามีช่องว่างแง้มอยู่ เยว่เอ๋อร์กำลังแอบส่องพวกเขาจากช่องนั้น ส่วนเธอเองก็รู้ตัวแล้วเช่นกันว่าพวกเขากำลังมองอยู่เยว่เอ๋อร์แกล้งหัวเราะแหะๆ และเปิดประตูห้องเข้ามา“เอ่อคือ…ฉันเห็นว่าเสี่ยวหานไม่อยู่ที่ห้องก็เลยสงสัยว่ามาที่นี่หรือเปล่า ก็เลยแวะมาดูน่ะ”เย่ฮวากลอกตามองบน ก็เห็นๆ อยู่ว่าแอบมาซุ่มมองคนอื่น ยังแสร้งทำเป็นไร้เดียงสาไม่รู้อีโหน่อีเหน่อีก!จู่ๆ เยว่เอ๋อร์ก็เหลือบเห็นผ้าพันแผลที่มือซ้ายของเขาเธอรีบเดินเข้ามาดูด้ว